posttoday
เตือนมะกันหนี้เน่าผลกระทบหนักกว่าเลห์แมนฯล่ม

เตือนมะกันหนี้เน่าผลกระทบหนักกว่าเลห์แมนฯล่ม

08 ตุลาคม 2556

ผิดชำระหนี้มะกัน พาโลกเสี่ยงเจอหายนะที่ร้ายแรงกว่า เลห์แมน บราเธอร์ส ล้มละลาย และอาจร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลก

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ผิดชำระหนี้มะกัน พาโลกเสี่ยงเจอหายนะที่ร้ายแรงกว่า เลห์แมน บราเธอร์ส ล้มละลาย และอาจร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลก

บลูมเบิร์ก เปิดเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์ ระบุว่า ถ้าหากสภาคองเกรสไม่สามารถตกลงการขึ้นเพดานหนี้ได้ในวันที่ 17 ต.ค.นี้ ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการผิดนัดชำระหนี้ของรัฐบาลสหรัฐนั้นจะยิ่งรุนแรงมากกว่าเหตุการณ์วิกฤตการณ์ทางการเงินที่เลวร้ายมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ซึ่งเกิดขึ้นจากกรณี เลห์แมน บราเธอร์ส วาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่จากสหรัฐล้มละลายลงในปี 2008 เสียอีก อีกทั้งยังเป็นหายนะทางเศรษฐกิจที่โลกไม่เคยประสบมาก่อนอีกด้วย

ผลกระทบจากการผิดชำระหนี้จะสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับตลาดหุ้นทั่วโลก ไล่เรียงไปตั้งแต่ บราซิล จนถึง สวิตเซอร์แลนด์ ทำให้ไม่สามารถระดมทุนผ่านพันธบัตรรัฐบาลวงเงิน 5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐได้ ดันต้นทุนกู้ยืมของประชาชนและบริษัทต่างๆ ให้ดีดตัวสูงขึ้น สร้างความเสียหายให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นปัจจัยให้เศรษฐกิจโลกก้าวเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งอาจนำไปสู่การฉุดเศรษฐกิจให้ตกต่ำลงได้

ทั้งนี้ หนี้ของรัฐบาลสหรัฐอยู่ที่ 12 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าหนี้ของเลห์แมนฯ ที่จำนวน 5.17 แสนล้านเหรียญสหรัฐขณะยื่นล้มละลายต่อศาลเพื่อขอพิทักษ์ทรัพย์ในปี 2008 มากถึง 23 เท่า โดยบรรดาประธานบริหารตั้งแต่ วอร์เรน บัฟเฟต นักลงทุนชาวอเมริกัน ประธานบริหารเบิร์กไชน์ แฮธาเวย์ รวมไปถึงลอยด์ ซี. แบลงค์ไฟน์ ประธานบริหารของโกลด์แมน แซคส์ ก็ต่างออกโรงเตือนแล้วว่า หากรัฐบาลสหรัฐไม่สามารถขยับเพดานหนี้ได้ก็จะเป็นหายนะอย่างแน่นอน

“เปรียบเสมือนเป็นระเบิดนิวเคลียร์ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ควรจะทำให้เกิดขึ้น” บัฟเฟต ระบุในการสัมภาษณ์กับนิตยสารฟอร์จูนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พร้อมกันนี้ยังเรียกร้องให้บรรดานักการเมืองไม่ใช้ประเด็นเรื่องการขยายเพดานหนี้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

“หากเราผิดชำระหนี้ เลห์แมนฯ ก็แทบจะไม่มีความหมายอะไรเลย เพราะเลห์แมนฯ เป็นเพียงแค่บริษัทแห่งหนึ่งเท่านั้น แต่ทว่าในขณะนี้เรากำลังพูดถึงรัฐบาลสหรัฐอยู่” ทิม บิทส์เบอร์เกอร์ อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลัง ภายใต้การบริหารของรัฐบาลประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ซึ่งปัจจุบันเป็นกรรมการผู้จัดการของบีเอ็นพี พาริบาส กล่าว

ในขณะที่ โมฮัมเหม็ด เอลอีเรียน ประธานบริหารของแปซิฟิก อินเวสต์เมนต์ แมนเนจเมนต์ ระบุว่า หากเกิดการผิดชำระหนี้จริงจะทำให้เกิดอุปสรรคต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ และอาจจะลดบทบาทความสำคัญของสหรัฐในฐานะมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกไปอีกด้วย

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพี ระบุว่า ต้นตอที่ทำให้เกิดภาวะการปิดหน่วยงานของรัฐบาล (กอฟเวิร์นเมนต์ ชัตดาวน์) นั้นมีสาเหตุมาจาก จอห์น โบห์เนอร์ ประธานสภาล่างของพรรครีพับลิกัน

“เรารู้ดีว่ามีสมาชิกเพียงพอในสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องการลงคะแนนเพื่อเปิดหน่วยงานอีกครั้งในวันนี้ แต่สิ่งที่ทำให้การเปิดหน่วยงานไม่เกิดขึ้นก็คือ การตัดสินใจของ จอห์น โบห์เนอร์ ประธานสภาล่าง ที่ต้องการรอดูว่าจะได้รับข้อเรียกร้องอะไรจากเราเพิ่มเติมอีกหรือไม่” ผู้นำสหรัฐ กล่าว

ขณะที่ประเด็นของการเจรจาเพื่อขยายเพดานหนี้นั้น ประธานาธิบดี โอบามา คาดหวังว่าการผิดชำระหนี้จะไม่เกิดขึ้น

“อย่างน้อยก็มีคำพูดของโบห์เนอร์ที่ระบุว่ามีความตั้งใจที่ไม่ทำให้เราต้องผิดชำระหนี้” โอบามา กล่าว

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล