
โลกมองไทย
สถานการณ์การเมืองในประเทศไทยยังคงเป็นที่จับตามองของสื่อต่างชาติ โดยเฉพาะผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น
สถานการณ์การเมืองในประเทศไทยยังคงเป็นที่จับตามองของสื่อต่างชาติ โดยเฉพาะผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น
ล่าสุด สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานโดยอ้างนักวิเคราะห์ที่มองถึงผลกระทบของจากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ว่า ความล้มเหลวจากการบังคับใช้กฎหมายตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ยิ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค รวมทั้งสร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการชุมนุม
ทั้งนี้ สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ทางเศรษฐกิจไทย ที่รัฐบาลเพิ่งประกาศออกมาเมื่อวันจันทร์ว่า อาจมีการปรับลดตัวเลขอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2553 ลง 0.64% จากที่คาดการณ์ไว้ 4.5% หากสถานการณ์ทางการเมืองไทยยังยืดเยื้อ
ขณะที่โบรกเกอร์จากบริษัท ฟิลลิป ซีเคียวริตี ระบุในรายงานว่า ตลาดหุ้นไทยยังคงผันผวน แม้จะมีการเริ่มต้นที่ดีในไตรมาสแรก นอกจากนี้ยังระบุว่า สถานการณ์ทางการเมืองในไทยยังคงแย่ลง
นอกจากเรื่องสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช. แล้ว หนังสือพิมพ์เบอร์นามาของมาเลเซีย ยังรายงานถึงการจัดการสัมมนาเพื่อฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยอินโดนีเซีย ที่ดำเนินมาครบ 60 ปี
โดยผลจากการสัมมนาในครั้งนี้ ทางสถานทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย จะจัดทำเป็นหนังสือเพื่อนำออกแจกจ่ายในวันที่ 17 ส.ค.นี้ ซึ่งตรงกับวันที่ประเทศอินโดนีเซียได้รับเอกราชจากเนเธอร์แลนด์







