posttoday
ของดีที่ตลาด ‘ชองซอนอารีรัง’ (2)

ของดีที่ตลาด ‘ชองซอนอารีรัง’ (2)

29 กันยายน 2556

จากความคิดสร้างสรรค์ จัดทัวร์เที่ยวตลาดสดโบราณพื้นบ้านเกาหลีในหัวเมืองใหญ่ห่างไกลกันวันละแห่ง ทำให้ผู้อ่านหลายท่านจับสังเกต

โดย เพียงออ วิไลย [email protected]

จากความคิดสร้างสรรค์ จัดทัวร์เที่ยวตลาดสดโบราณพื้นบ้านเกาหลีในหัวเมืองใหญ่ห่างไกลกันวันละแห่ง ทำให้ผู้อ่านหลายท่านจับสังเกตได้ว่า คนเกาหลีนี่ฉลาดดีแฮะ ถ้าจะเที่ยว 8 ตลาดต้องอยู่ 8 วัน คำนวณเสร็จ ค่ารถไฟ 8 วัน 8,000 บาท ค่าใช้จ่ายแต่ละวันเฉลี่ย 3,000 บาทต่อวันเท่ากับ 2.4 หมื่นบาท เที่ยวครบ 8 ตลาดใช้จ่ายเงินในประเทศเกาหลี 3 2 หมื่นบาทพอดีค่ะ ส่วนไทยวันเดียวไปไหว้พระได้ตั้ง 9 วัด ประหยัดดีแต่ได้เงินนักท่องเที่ยวแค่วันเดียว ไม่ได้ยาวเป็นซีรีส์แบบละครเกาหลี “นี่คือเหตุผลว่าทำไมเกาหลีถึงรวยกว่าไทย” ...อืม ชักเห็นด้วยขึ้นมาแล้วค่ะ

คนที่ต้องการตะลุยดูวิถีชีวิตถึงก้นบึ้งของห้องหัวใจที่สำคัญที่สุดภายในบ้านเกาหลียิ่งกว่าห้องนอน นั่นคือ ห้องครัว แม้ “พุงซูจีรี” ของห้องครัวและเตาไฟมิดี ทู่ซี้ทำครัวไปก็อาจส่งผลให้คนในบ้านประสบโชคร้าย เจ็บป่วยไข้ได้ ดังนั้น อะไรๆ ที่เอาเข้ามาในห้องครัวบ้านเกาหลี จะต้องดีและยอดเยี่ยมสำหรับคนในบ้านเท่านั้น นี่พูดถึงบ้านคนมีอันจะกินในสมัยโบราณนะคะ ส่วนผู้เป็นชาวบ้านธรรมดาย่อมมิอาจหลีกเลี่ยงได้ มีอะไรก็ต้องกิน

ดังนั้น สิ่งที่พ่อค้าแม่ขายในตลาดต้องระมัดระวังมาก คือ ความเชื่อมั่นของลูกค้า โดยเฉพาะการค้าขายในตลาดใหญ่ตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งแต่ละตลาดจะมีสินค้าประจำถิ่นที่มีชื่อเสียงแตกต่างกัน ตลาดที่น่าสนใจอีกแห่ง คือ “ตลาดชองซอนอารีรัง”อารีรัง คือ ชื่อเพลงพื้นบ้านที่คนไทยเราเรียกเพี้ยนไปว่า “อารีดัง” นั่นแหล่ะค่ะ ตลาดนี้อยู่ที่จังหวัดคังวอน เมืองและตำบลชองซอน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเพลงอารีรัง จึงมีทำนองเพลงแต่งออกมาหลากหลายเวอร์ชัน ตั้งแต่ให้ความสนุกสนานไปจนถึงทำนองแสนเศร้าฟังแล้วบีบคั้นหัวใจให้น้ำตาไหล เมืองชองซอนจึงกลายเป็นตำนานของเพลงอารีรัง และมีเทศกาลเพลงอารีรังจัดขึ้นทุกๆ ปี ในปีนี้ คือ วันที่ 2-5 เดือน ต.ค. สัปดาห์หน้าค่ะ หากใครไปเกาหลีช่วงนั้นไม่ควรพลาด

ทว่าตลาดชองซอนอารีรังอันเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในเพลง เปิดเพียง 5 วันต่อเดือนเท่านั้นค่ะ คือ วันที่ 2, 7, 12, 17 และ 22 จึงเป็นที่มาของชื่อว่า “ตลาดห้าวัน” ถ้าจะไปเที่ยวงานเทศกาลอารีรังก็ควรไปวันที่ 2 ต.ค.ให้ตรงกัน สินค้าในตลาดโบราณแห่งนี้ นอกจากสินค้าทั่วไปแล้ว เนื่องจากเมืองนี้อยู่ท่ามกลางหุบเขาที่เขียวขจีในฤดูร้อน จึงคาดหวังได้ว่าจะเจอพืชผักป่าที่เก็บออกมาขายจากป่าที่นี่ และอาหารเพื่อสุขภาพทำจากพืชผักป่าที่ปลอดสารพิษจึงเป็นไฮไลต์ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ “บันชัน” (อาหารชุดเครื่องเคียงจานเล็กจานน้อย) ของชุด “ฮันจองฉิก” (อาหารชุดใหญ่แบบโบราณ) น่าจะเป็นตัวเลือกที่ถูกใจนักท่องเที่ยวที่ต้องการลิ้มรสอาหารเกาหลีแท้ๆ ที่สะอาดสดจากธรรมชาติ ส่วนในฤดูหนาว ทั่วทั้งเมืองจะล้อมรอบไปด้วยหิมะขาวโพลนเป็นเวลายาวนานกว่าจังหวัดไหนๆ เพราะจังหวัดคังวอนเป็นจังหวัดที่มีอุณหภูมิลงต่ำติดลบมากที่สุดและฤดูหนาวยาวนานที่สุดค่ะ

นอกจากนี้ การท่องเที่ยวในเมืองก็มีกิจกรรมให้ทำหลายอย่างที่เน้นเรื่องของการอนุรักษ์ธรรมชาติ เช่น การถ่อแพแบบโบราณ เข้าชมถ้ำฮวาอัม และดื่มน้ำแร่จากธรรมชาติ ...ที่น่าสนใจ คือ การขี่รถรางแบบถีบเองไปตามทางรถไฟ ระยะทางสั้นๆ ราว 7 กิโลเมตร สามารถทำเวลาได้ถึง 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ถ้าขาแข็งแรงและใจสู้) เพราะจะได้ชมทัศนียภาพของหุบเขาได้ทั่ว จากนั้นก็ไปหาเครื่องดื่มอร่อยๆ พร้อมนั่งพักผ่อนในร้านกาแฟที่ชื่อว่า “ความฝันของตั๊กแตน” (น่ารักเหลือหลาย) ซึ่งสร้างอาคารเป็นรูปตั๊กแตนเสียด้วย ...การเดินทางจากกรุงโซลไปเมืองชองซอนโดยรถไฟให้ไปขึ้นรถไฟที่สถานี “ชองยางนี” (เขียนว่า ชองยางรี แต่ต้องออกเสียงตามระบบเสียงเกาหลีค่ะ ไปถึงสถานีนี้ได้โดยรถไฟฟ้าใต้ดินสาย 1 สีน้ำเงิน ลงที่สถานีชองยางนี หมายเลขสถานี 124 ) ...สามารถไปเช้ากลับดึกได้เช่นกันค่ะ...

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง