
โอบามาสายตรงผู้นำอิหร่านครั้งแรกในรอบ34ปี
ประธานาธิบดีสหรัฐ โทรศัพท์คุยกับ ผู้นำอิหร่าน เป็นครั้งแรกในรอบ 34 ปี ด้านโอบามาเผยเป็นการแสดงถึงความไว้วางใจกันระหว่างประเทศทั้งสอง
ประธานาธิบดีสหรัฐ โทรศัพท์คุยกับ ผู้นำอิหร่าน เป็นครั้งแรกในรอบ 34 ปี ด้านโอบามาเผยเป็นการแสดงถึงความไว้วางใจกันระหว่างประเทศทั้งสอง
ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐ ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีฮัสซัน โรว์ฮานี ของอิหร่าน เป็นครั้งแรกในรอบ 34 ปี ซึ่งนับเป็นการติดต่อโดยตรงครั้งแรกระหว่างผู้นำประเทศทั้งสองนับตั้งแต่เกิดการปฏิวัติอิสลามในอิหร่านเมื่อปี 2522
อันเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า ทั้ง 2 ฝ่ายมีความจริงจังในการบรรลุข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน โดยประธานาธิบดีโอบามาได้กล่าวต่อประธานาธิบดีรูฮานีแสดงความเชื่อมั่นว่า การแก้ปัญหาความขัดแย้งโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่านที่ชาติตะวันตกเชื่อว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตอาวุธนิวเคลียร์จะสามารถบรรลุข้อตกลงได้โดยเร็ว และยืนยันความตั้งใจที่จะปูทางที่จะแก้ไขปัญหาท้าทายอื่นๆ และส่งเสริมความร่วมมือในประเด็นปัญหาระดับภูมิภาค ขณะที่ผู้นำอิหร่านระบุว่า การประชุมที่สหประชาชาติในช่วงสัปดาห์นี้ถือเป็นก้าวแรก และเชื่อว่า ปัญหานิวเคลียร์จะสามารถแก้ไขได้ในอนาคตอันใกล้
การโทรศัพท์ติดต่อระหว่าง 2 ผู้นำโดยตรงเป็นเวลาประมาณ 15 นาทีก่อนที่ประธานาธิบดีรูฮานีจะเดินทางออกจากนครนิวยอร์ก มีขึ้นหลังการเจรจาระดับทวิภาคีระหว่าง รมว.ต่างประเทศของ 2 ประเทศ ที่สหประชาชาติ เพื่อหารือปัญหาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งทั้งสองฝ่ายกำหนดจะหารือกันระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงในเดือนหน้า โดยกำหนดเป้าหมายการบรรลุข้อตกลงได้ภายใน 1 ปีก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโอบามามีโอกาสจะพบปะกับผู้นำอิหร่านเมื่อต้นสัปดาห์ในระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ก แต่อิหร่านระบุว่า การพบปะจะยุ่งยากมากเกินไป
ภายหลังการหารือทางโทรศัพท์ มีรายงานว่า นายโรฮานี ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า ในระหว่างที่เขาคุยโทรศัพท์กับผู้นำสหรัฐนั้น เขาอวยพรนายโอบามาก่อนวางสายว่า “ขอให้โชคดี” ขณะที่นายโอบามา ตอบกลับมาว่า "ขอบคุณ" พร้อมกล่าวคำลาเป็นภาษาเปอร์เซียว่า "ขอให้พระเจ้าอวยพร" ซึ่งทางผู้ให้บริการทวิตเตอร์ระบุว่า ข้อความของผู้นำทั้งสองต่างแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤตนิวเคลียร์โดยเร็วที่สุด
ด้าน ประธานาธิบดีโอบามา กล่าวว่า เป็นการแสดงถึงความไว้วางใจกันระหว่างประเทศทั้งสอง พร้อมทั้งบ่งชี้ถึงแนวโน้มของการก้าวให้พ้นจากประวัติศาสตร์ที่ยุ่งยาก ทั้งสองฝ่ายยังยืนยันถึงเจตนารมณ์ต่อการแก้ปัญหานิวเคลียร์อิหร่านโดยเร็ว นอกเหนือจากการปูทางไปสู่การแก้ปัญหาอื่นๆ และการร่วมมือกันต่อประเด็นต่างๆ ในระดับภูมิภาคต่อไป







