
ช็อก! มะกันกราดยิง 13 ศพ เผยมือปืนคลั่งไคล้ความเป็นไทย
สหรัฐเผชิญโศกนาฏกรรม “สังหารหมู่” อีกครั้ง อดีตทหารเรือกราดยิงหน่วยงานเก่า 13 ศพ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
สหรัฐเผชิญโศกนาฏกรรม “สังหารหมู่” อีกครั้ง อดีตทหารเรือกราดยิงหน่วยงานเก่า 13 ศพ สื่อนอกชี้มีประวัติความรุนแรงคลั่งไคล้ “วัฒนธรรมไทย”
ชาวอเมริกันทั่วประเทศต้องพบกับโศกนาฏกรรมจากการใช้ความรุนแรงอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุมือปืนบุกเดี่ยวเข้ากราดยิงภายในสำนักงานใหญ่หน่วยงานซ่อมบำรุงของกองทัพเรือ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งอยู่ห่างจากทำเนียบขาวเพียง 4 กิโลเมตรเท่านั้น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 12 คน รวมทั้งมือปืน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกราว 14 คน โดยตำรวจเปิดเผยว่า แอรอน อเล็กซิส มือปืนรายนี้เคยเป็นอดีตทหารกองหนุนของกองทัพเรือ ทว่าเคยมีประวัติปัญหาด้านอารมณ์และการใช้ความรุนแรงมาก่อน
“ทุกคนต่างตื่นตระหนกและพยายามหาทางหนีจากที่เกิดเหตุ” แพทริเซีย วอร์ด ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยถึงนาทีระทึกกับรอยเตอร์ส ขณะที่มือปืนบุกเข้ามากราดยิงอย่างอุกอาจบริเวณโรงอาหารและทางเดินของหน่วยงาน ก่อนที่จะแลกกระสุนกับตำรวจ ซึ่งได้วิสามัญมือปืนรายนี้ลงในที่สุด
เอเอฟพีรายงานอ้างการเปิดเผยของตำรวจและสำนักงานสืบสวนสอบสวนของรัฐบาลกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ว่า ผู้ต้องสงสัยวัย 34 ปีรายนี้ เคยมีประวัติการฝ่าฝืนวินัยระหว่างที่อยู่ในกองทัพเรือ และเคยถูกจับมาแล้วจากการยิงปืนขึ้นเพดานอพาร์ตเมนต์ในรัฐเท็กซัส ทว่าไม่ได้ถูกตั้งข้อหา
รายงานระบุด้วยว่า อเล็กซิส ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองฟอร์ท เวิร์ธ รัฐเท็กซัส เคยทำงานในฝ่ายซ่อมบำรุงของกองทัพเรือระหว่างปี 25502554 ก่อนที่ปัจจุบันจะทำงานเป็นผู้รับเหมาด้านไอทีกับบริษัท ดิเอ็กซ์เพิร์ต ซึ่งรับงานมาจากบริษัท ฮิวเลตต์แพคการ์ด (เอชพี) ในการปรับปรุงและพัฒนาเครือข่ายอินทราเน็ตของกองทัพเรือและนาวิกโยธินสหรัฐ
เบื้องต้นนั้น ตำรวจเชื่อว่าเป็นการลงมือเพียงลำพัง ทว่าก็ยังคงไม่สามารถระบุเหตุจูงใจที่ชัดเจนได้ ขณะที่ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ได้ประกาศให้ลดธงครึ่งเสาที่ทำเนียบขาวและสภาคองเกรส เพื่อไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตในโศกนาฏกรรมครั้งนี้
“เรากำลังเผชิญหน้ากับการสังหารหมู่อีกครั้ง และเหตุการณ์ในวันนี้ก็เกิดขึ้นในหน่วยงานทางทหารอีกแห่ง ในใจกลางเมืองหลวงของเรา” โอบามา กล่าวถึงเหตุกราดยิงที่เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้งในประวัติศาสตร์สหรัฐ หลังจากครั้งล่าสุดได้เกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในรัฐคอนเน็กติกัต เมื่อเดือน ธ.ค. 2555 จนมีผู้เสียชีวิตถึง 26 คน
โศกนาฏกรรมจากความรุนแรงครั้งล่าสุดนี้ ยังสร้างความหวาดผวาไปทั่วกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.จนต้องมีการปิดทำการรัฐสภาและสนามบินชั่วคราว และมีการเพิ่มการรักษาความปลอดภัยในหลายพื้นที่ หลังจากที่ในวันเดียวกันนี้ยังมีชายคนหนึ่งได้จุดประทัดข้ามรั้วเข้าไปในทำเนียบขาวด้วย จนถูกเจ้าหน้าที่รวบตัวไปสอบสวนแล้ว
ทางด้าน อเล็กเซ พุชคอฟ หัวหน้าคณะกรรมาธิการต่างประเทศของรัฐสภารัสเซีย ได้ทวีตข้อความถึงเหตุกราดยิงว่าไม่น่าประหลาดใจอีกต่อไป และการกราดยิงที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ก็ดูจะเป็นลักษณะเฉพาะของอเมริกันไปแล้ว หลังจากที่เกิดโศกนาฏกรรมในลักษณะดังกล่าวบ่อยครั้ง







