
เวิลด์มอนิเตอร์
ปักกิ่ง (เอเอฟพี) — ทางการจีนเปิดเผยว่า ปริมาณการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ที่เข้ามาในประเทศจีน ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้มีการขยายตัวขึ้นถึง 6.37% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดเงินลงทุนที่เข้ามา ไม่รวมภาคการลงทุนภาคการเงิน อยู่ที่ 7.97 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.47 ล้านล้านบาท) ทั้งนี้ การลงทุนส่วนใหญ่มาจากกลุ่มประเทศในเอเชีย เช่น ฮ่องกง ไต้หวัน และญี่ปุ่น ภาวะดังกล่าวเป็นการสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ยังมีต่อประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก
ปักกิ่ง (เอเอฟพี) — ทางการจีนเปิดเผยว่า ปริมาณการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ที่เข้ามาในประเทศจีน ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้มีการขยายตัวขึ้นถึง 6.37% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดเงินลงทุนที่เข้ามา ไม่รวมภาคการลงทุนภาคการเงิน อยู่ที่ 7.97 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.47 ล้านล้านบาท) ทั้งนี้ การลงทุนส่วนใหญ่มาจากกลุ่มประเทศในเอเชีย เช่น ฮ่องกง ไต้หวัน และญี่ปุ่น ภาวะดังกล่าวเป็นการสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ยังมีต่อประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก
กัวลาลัมเปอร์ (บลูมเบิร์ก) — อานิฟาห์ อามาน รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย ประกาศว่า รัฐบาลมีแผนการที่จะผลักดันประเทศให้เข้าไปเป็นชาติสมาชิกหมุนเวียนของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นไป โดยให้เหตุผลว่า มาเลเซียเป็นประเทศมุสลิมสายกลาง และที่ผ่านมาได้แสดงบทบาทในการเป็นผู้อำนวยความสะดวกการพูดคุยสันติภาพระหว่างรัฐบาลไทยกับฝ่ายก่อความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยอีกด้วย ทั้งนี้ การตัดสินใจในการเลือกเข้าเป็นสมาชิกยูเอ็นเอสซีจะมีขึ้นในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในช่วงเดือน ต.ค. ปี 2014
โตเกียว (เอเอฟพี) — บริษัท โตเกียว อิเล็กทริค เพาเวอร์ (เทปโค) ผู้ดูแลโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมา ไดอิชิ เปิดเผยว่า ทางโรงไฟฟ้าได้ปล่อยน้ำที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีมากกว่า 1,000 ตันลงสู่ทะเลแล้ว แต่ยืนยันว่าเป็นระดับการปนเปื้อนที่ไม่ได้เกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ หลังจากที่พายุไต้ฝุ่นมานหยีได้พัดเข้าถล่มญี่ปุ่นอย่างหนัก และทำให้เกิดน้ำท่วมในบริเวณรอบถังเก็บน้ำที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดังกล่าว ทั้งนี้ ถังเก็บน้ำดังกล่าวมีไว้เพื่อใช้ในการรักษาความเย็นของเตาปฏิกรณ์ที่เสียหาย
นิวยอร์ก (เอพี) — คณะผู้ตรวจสอบอาวุธของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เปิดเผยรายงานว่า มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าการเสียชีวิตของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียกว่า 1,400 คนในกรุงดามัสกัส เมื่อปลายเดือนที่แล้วนั้น เป็นผลมาจากการใช้อาวุธเคมีประเภทแก๊สซาริน อย่างไรก็ตาม ในรายงานดังกล่าวกลับไม่ได้ระบุว่าฝ่ายใดเป็นผู้ลงมือก่อเหตุดังกล่าว เพียงแต่ระบุแค่ว่าวิถีการยิงมิสไซล์ที่มีแก๊สซารินนั้นได้ยิงออกมาจากฐานทัพของกองทัพฝ่ายรัฐบาลซีเรียเท่านั้น ขณะที่สหรัฐ อังกฤษ และฝรั่งเศส ระบุว่า วิถีการยิงของอาวุธเคมีดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่บ่งบอกชัดเจนว่ารัฐบาลซีเรียคือผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น







