posttoday
อิเหนาทรุดแรง 15 เดือนวิกฤตทุนลามภาค ศกจริง

อิเหนาทรุดแรง 15 เดือนวิกฤตทุนลามภาค ศกจริง

03 กันยายน 2556

ภาคการผลิตอินโดฯ กับอินเดียหดตัว สะท้อนภาคเศรษฐกิจจริงชะลอตัวหนัก หลังเผชิญภาวะทุนไหลออก สวนทาง จีน เกาหลี ยุโรป ที่ฟื้นตัวขึ้น

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ภาคการผลิตอินโดฯ กับอินเดียหดตัว สะท้อนภาคเศรษฐกิจจริงชะลอตัวหนัก หลังเผชิญภาวะทุนไหลออก สวนทาง จีน เกาหลี ยุโรป ที่ฟื้นตัวขึ้น

ธนาคารเอชเอสบีซี เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ของอินโดนีเซียเดือน ส.ค. ว่าหดตัวลงมาที่ 48.5 จุด จากเดิมที่ 50.7 จุด ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นตัวเลขต่ำสุดในรอบ 15 เดือน โดยมีสาเหตุมาจากคำสั่งซื้อสินค้าจากทั้งในและต่างประเทศที่ย่ำแย่ลง ถือเป็นการตอกย้ำว่า นอกเหนือจากปัญหาค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าลงอย่างหนักและภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นแล้ว เศรษฐกิจก็กำลังเผชิญกับภาวะการชะลอตัวลงอีกด้วย

ด้านดัชนีภาคการผลิตอินเดีย ก็เข้าสู่ภาวะย่ำแย่ไม่แพ้กัน โดยดัชนีพีเอ็มไอเดือน ส.ค. ซึ่งจัดทำโดยบริษัท มาร์กิต ได้หดตัวลงมาอยู่ที่ 48.5 จุด จากเดือนก่อนหน้าที่ 50.1 จุด ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีครึ่ง ที่ดัชนีพีเอ็มไอแดนภารตเข้าสู่ภาวะหดตัว เนื่องจากความต้องการสินค้าจากทั้งตลาดภายในและภายนอกประเทศลดลง ถือเป็นการตอกย้ำว่าเศรษฐกิจอินเดียกำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอย่างหนัก โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาอินเดียเพิ่งระบุว่า จีดีพีในไตรมาส 2 ที่ผ่านมาขยายตัวได้เพียงแค่ 4.4% เท่านั้น เมื่อเทียบกับปีก่อน

ขณะเดียวกันภาวะเงินเฟ้อก็กำลังพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ค่าเงินรูปีได้อ่อนค่าลงไปมากกว่า 20% นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ได้ทำให้ต้นทุนในการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุดนักวิเคราะห์จากเอชเอสบีซี ได้ปรับลดคาดการณ์แนวโน้มการขยายตัวของอินเดียในปีงบประมาณปีนี้ที่จะสิ้นสุดลงในเดือน มี.ค.ปีหน้า ว่าจะลดลงมาเหลือที่ 3.7 % เท่านั้น จากเป้าที่วางไว้เดิมที่ 55.5%

อย่างไรก็ตาม ดัชนีพีเอ็มไอของจีนกลับสามารถขยายตัวขึ้นมาอยู่ที่ 50.1 จุด จากเดือนก่อนหน้าที่ 47.7 จุด ขณะที่เกาหลีใต้สามารถขยายตัวขึ้นเล็กน้อย โดยขึ้นไปอยู่ที่ 47.5 จุด จากเดือนก่อนหน้าที่ 47.2 จุด

สาเหตุที่ทำให้จีนกลับมาขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 11 เดือน เป็นผลมาจากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างระมัดระวังของรัฐบาล ประกอบกับการที่บริษัทหลายแห่งเริ่มสั่งสต๊อกสินค้ามากขึ้นอีกครั้ง

นอกจากนี้ ในส่วนดัชนีภาคการผลิตของกลุ่มยูโรโซน ก็ขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน โดยขึ้นมาอยู่ที่ 51.4 จุด จากเดือนก่อนหน้าที่ 50.3 จุด ถือเป็นระดับการขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2011 ส่วนอังกฤษเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 57.2 จุด จากเดือนก่อนหน้าที่ 54.8 จุด ซึ่งถือเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 18 เดือน

ตัวเลขพีเอ็มไอของจีนและยุโรปที่ดีขึ้น ส่งผลให้ตลาดหุ้นเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะคึกคักอีกครั้ง โดยเมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นขยายตัวขึ้น 1.37% ปิดที่ 13,572.92 จุด ขณะที่ฮั่งเส็งของฮ่องกงขยายตัว 2.04% ปิดที่ 22,175.34 จุด ส่วนฟุตซี 100 ของอังกฤษ เปิดตลาดบวกไป 1.6% ที่ 6,551 จุด

ขณะที่สถานการณ์ในตลาดทองคำ คณะกรรมการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดล่วงหน้าสหรัฐ เปิดเผยว่า ขณะนี้นักลงทุนและกองทุนเฮดจ์ฟันด์เริ่มกลับเข้ามาลงทุนในสัญญาทองคำระยะยาวเพิ่มขึ้นถึง 34% ที่ 97,902 สัญญา ซึ่งนับว่ามากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้ราคาทองคำในตลาดโคเมกซ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วขึ้นมาอยู่ที่ 1,396 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ โดยมีปัจจัยหนุนมาจากความกังวลว่ากองทัพสหรัฐจะบุกเข้าไปในซีเรีย

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล