
ซีเรียเจออาวุธเคมีป่วย3.6พันคน
ชาวซีเรียเกือบ 3,600 คนป่วยระบบประสาทหลังถูกโจมตีด้วยอาวุธเคมี 355 คนในจำนวนนี้เสียชีวิต
ชาวซีเรียเกือบ 3,600 คนป่วยระบบประสาทหลังถูกโจมตีด้วยอาวุธเคมี 355 คนในจำนวนนี้เสียชีวิต
สถานีโทรทัศน์ของทางการซีเรีย เผยแพร่ภาพอุโมงค์ของฝ่ายกบฏ ในย่านโยบาร์ในกรุงดามัสกัส ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่กบฏอ้างว่ากองทัพใช้ก๊าซพิษทำลายประสาทโจมตีเมื่อวันพุธ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 1,000 คน โดยระบุว่า พบสารพิษและสารเคมี ตลอดจนหน้ากากกันก๊าซพิษ หลอดแก้วบรรจุของเหลวที่ใช้ในทางการแพทย์ วัตถุระเบิด และอื่นๆ พร้อมกับระบุว่า ทหารที่เข้าไปตรวจค้นในอุโมงค์มีอาการหายใจไม่ออก ทำให้ต้องรับการรักษา
ขณะที่ประธานาธิบดีฮัสซัน โรว์ฮานี ของอิหร่าน กล่าวเป็นครั้งแรก ระบุว่า มีการใช้อาวุธเคมีในซีเรีย และขอให้ประชาคมโลกเข้าแทรกแซง แต่เขาไม่บอกว่าเป็นฝีมือของฝ่ายใด ปกติแล้ว อิหร่านเป็นพันธมิตรของรัฐบาลซีเรีย และรัสเซีย ที่เป็นพันธมิตรของรัฐบาลซีเรียด้วย กล่าวหาว่า กบฏจัดฉากใช้อาวุธเคมีโจมตี เพื่อเรียกความเห็นใจ และการสนับสนุนจากนานาชาติ
แต่กลุ่มแพทย์ไร้พรมแดน เปิดเผยว่า โรงพยาบาล 3 แห่งในกรุงดามัสกัสที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่ม ได้ให้การรักษาผู้ป่วยเกือบ 3,600 คน ที่มีอาการทางประสาท หลังการโจมตีด้วยอาวุธเคมี และ 355 คนในจำนวนนี้เสียชีวิต โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการชัก ม่านตาขยาย และหายใจติดขัด และให้การรักษาด้วยยา อะโทรปีน ที่ใช้รักษาอาการทางประสาท แต่ยังไม่อาจยืนยันในทางวิทยาศาสตร์ได้ว่า อาการป่วยเหล่านี้เกิดจากมีการใช้อาวุธเคมีหรือไม่ ถึงอย่างนั้นการที่มีผู้ป่วยจำนวนมากในช่วงเวลาอันสั้นเพียงไม่ถึง 3 ชม.อาจบ่งชี้ได้ว่ามีการสัมผัสกับสารพิษทำลายประสาท
และขณะนี้เริ่มมีกระแสข่าวมากยิ่งขึ้นว่า สหรัฐอาจใช้กำลังแทรกแซงในซีเรีย โดยกองทัพเรือสหรัฐได้โยกย้ายเรือรบหลายลำในทะเลเมดิเตอเรเนียน และนายชัค ฮาเกล รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ บอกว่า กลาโหมมีหน้าที่เตรียมความพร้อมหากประธานาธิบดีตัดสินใจใดๆ
ขณะที่รัฐบาลซีเรีย เตือนไม่ให้สหรัฐใช้กำลังทหาร เพราะอาจทำให้ตะวันออกกลางลุกเป็นไฟ







