
เอเชียหมดแรงทุนไหลออกพ่นพิษ เศรษฐกิจ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
บลูมเบิร์กรายงานเมื่อวานนี้ว่า บทบาทของเอเชียในฐานะการเป็นเครื่องจักรตัวใหม่ที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกนั้นกำลังเลือนหายลงไปทุกที หลังจากที่นักลงทุนต่างชาติทยอยถอนทุนอย่างต่อเนื่องนับแสนล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่เศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนาเหล่านี้ก็กำลังเข้าสู่การถดถอยด้วย
ตามข้อมูลของสถาบันเพื่อการลงทุน แบล็คร็อกระบุว่า ตัวเลขกระแสทุนที่ไหลเข้าไปยังตลาดประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว มีปริมาณมหาศาลมากถึง 1.556 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงเวลา 7 เดือนที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่ากระแสทุนกำลังเปลี่ยนทิศทางออกจากตลาดกำลังพัฒนากลับไปยังตลาดพัฒนาแล้ว โดยในจำนวนนี้มีปริมาณทุนไหลกลับเข้าไปในกองทุนต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาเหนือถึง 10.24 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 65.8%
ส่วนในญี่ปุ่นมีทุนไหลเข้าไปแล้ว 2.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และกองทุนในยุโรปมีทุนไหลเข้าไปแล้ว 4,300 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ในทางกลับกัน สำหรับกองทุนในตลาดเกิดใหม่มีทุนไหลออกไป 7,600 ล้านเหรียญสหรัฐ
บลูมเบิร์ก รายงานตัวอย่างของค่าเงินรูปีของอินเดีย ที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องจากผลกระทบการไหลออกของทุนต่างชาติ ไปจนถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศไทยที่เข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิคแล้ว นอกเหนือจากนี้ ที่อินโดนีเซียต้องพบกับการขาดดุลงบประมาณครั้งรุนแรง ทำให้ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงมาแตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2009 ส่วนภาคธนาคารจีนเองนั้นกำลังประสบปัญหากับภาวะหนี้เสียที่พุ่งสูงขึ้น
นักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ว่ามาเลเซียจะประกาศตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ต่ำกว่าระดับ 5% ซึ่งจะเป็น 5 ไตรมาสที่ติดต่อกันที่เศรษฐกิจเสือเหลืองเติบโตต่ำกว่า 5%
“บริเวณตาพายุกำลังก่อตัวขึ้นเหนือตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ เมื่อ 2 ปีก่อน พายุได้ก่อตัวขึ้นอยู่เหนือยุโรป และเมื่อ 4 ปีก่อนพายุได้ถล่มสหรัฐ ในครั้งนี้จะเป็นช่วงเวลาที่หนักหนาสาหัสสำหรับเอเชียจริงๆ” สตีเฟน เจน ผู้ร่วมก่อตั้งเฮดจ์ฟันด์ “เอลแอลเจ มาโค พาร์ทเนอร์” ในกรุงลอนดอนกล่าว
อีกทั้งในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมานี้ ดัชนีหุ้นเอเชียแปซิฟิก เอ็มเอสซีไอ ได้ร่วงลงไปถึง 7.7% ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี500 ของสหรัฐปรับลดลงไป 1.2% เท่านั้น และดัชนีหุ้นรวมยุโรปปรับลดลงไป 1.6%







