
ญี่ปุ่นขาดดุลการค้าพุ่ง2เท่า-พิษเยนอ่อน
ยอดขาดดุลการค้าแดนปลาดิบพุ่งเกือบ 2 เท่าตัว เหตุเงินเยนอ่อน ทำนำเข้าพลังงานพุ่ง
ยอดขาดดุลการค้าแดนปลาดิบพุ่งเกือบ 2 เท่าตัว เหตุเงินเยนอ่อน ทำนำเข้าพลังงานพุ่ง
กระทรวงการคลังญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ยอดขาดดุลการค้าของประเทศพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 1.024 ล้านล้านเยน (ราว 3.15 แสนล้านบาท) ในเดือน ก.ค. ซึ่งมากกว่ายอดขาดดุลในปีที่แล้วที่อยู่ที่ 5.285 แสนล้านเยน หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า ซึ่งได้รับผลกระทบมาจากค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลง ที่ทำให้ราคานำเข้าพลังงานเพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้ การขาดดุลดังกล่าวนับเป็นการขาดดุลการค้าในเดือนที่ 13 ติดต่อกัน ซึ่งนับได้ว่าเป็นระยะเวลาการขาดดุลที่ยาวนานที่สุดในรอบ 30 ปี
“ยอดขาดดุลมากกว่าที่คาดการณ์ไว้เนื่องจากค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลง จึงทำให้ต้นทุนการนำเข้าพลังงานเพิ่มขึ้น” ฮิเดกิ มัตซึมูระ นักวิเคราะห์แห่งสถาบันวิจัยญี่ปุ่น ระบุ
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังญี่ปุ่น ระบุว่า มูลค่าการส่งออกของประเทศในเดือน ก.ค. ปรับตัวเพิ่ม 12.2% จากเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากความต้องการที่แข็งแกร่งในสหรัฐ จีน และยุโรป โดยมูลค่าการส่งออกไปสหรัฐเพิ่มขึ้น 18.4% จากปีที่แล้ว มูลค่าส่งออกไปยูโรโซนเพิ่มขึ้น 16.6% และมูลค่าส่งออกไปจีนเพิ่มขึ้น 9.5%
“ชี้ให้เห็นว่า การส่งออกนั้นกำลังฟื้นตัวเนื่องจากเงินเยนอ่อนตัว และความต้องการที่แข็งแกร่งของสหรัฐ” มัตซึมูระ กล่าว
อย่างไรก็ดี แม้ว่ายอดขาดดุลจะพุ่งสูงขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ ทว่านักวิเคราะห์แห่งสถาบันวิจัยญี่ปุ่น ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่ยอดขาดดุลการค้าจะลดลง เนื่องจากการส่งออกจะมากกว่าการนำเข้า เพราะ ได้รับอานิสงส์จากค่าเงินเยน โดยเงินเยนที่อ่อนตัวลงได้เพิ่มมูลค่าการส่งออก ซึ่งทำให้บริษัทผู้ส่งออกอย่างโตโยต้าและโซนี่ได้กำไรเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ สภาพเศรษฐกิจของญี่ปุ่นจะเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ที่จะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 2 ระยะในปีหน้า







