
อียิปต์เดือดประท้วงบานปลาย
ม็อบมุสลิมภราดรภาพเมินเคอร์ฟิว ลั่นสู้ต่อจนกว่าโค่นกองทัพสำเร็จ
ม็อบมุสลิมภราดรภาพเมินเคอร์ฟิว ลั่นสู้ต่อจนกว่าโค่นกองทัพสำเร็จ
มุสลิมภราดรภาพอียิปต์ ยันสู้ต่อจนกว่าโค่นกองทัพสำเร็จ ตายทั่วประเทศพุ่ง 750 ศพ
เหตุนองเลือดในอียิปต์รุนแรงขึ้นทุกขณะ หลังกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ดมอร์ซี ประกาศลั่นเดินหน้าประท้วงต่อเนื่องในวันที่ 17 ส.ค. จนกว่าจะสามารถโค่นล้มรัฐบาลรักษาการที่มีกองทัพหนุนหลังได้สำเร็จ แม้รัฐบาลได้ประกาศภาวะฉุกเฉินห้ามพลเมืองออกจากเคหสถานในช่วงกลางคืนก็ตาม
เหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ภักดีอดีตผู้นำในกรุงไคโรยืดเยื้อข้ามคืนจากเมื่อวันศุกร์ที่ 16 ส.ค. หลังกลุ่มภราดรภาพมุสลิมปลุกระดมให้ประชาชนนับล้านมาเดินขบวนใน “วันศุกร์แห่งความโกรธแค้น” ตอบโต้หลังจากที่กองทัพใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ส.ค. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตรวม 750 คนทั่วประเทศ ซึ่งนับเป็นการสลายการชุมนุมที่คร่าชีวิตทั้งพลเมืองและเจ้าหน้าที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์
เอพี รายงานว่า เกิดการยิงปะทะกันรุนแรงระหว่างกลุ่มทหาร ตำรวจนอกเครื่องแบบ และกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตผู้นำหลายร้อยที่เข้าไปปักหลักในมัสยิดอัลฟัตบริเวณจัตุรัสรามเสส โดยเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปจับกุมผู้ประท้วงด้านใน หลังพยายามเจรจาให้มอบตัวตลอดทั้งวัน โดยมีรายงานว่ามีกลุ่มผู้สนับสนุนถูกจับกุมแล้วกว่า 1,004 คน
เหตุปะทะล่าสุดนับตั้งแต่วันศุกร์แห่งความโกรธแค้นเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอย่างน้อย 173 คน ซึ่งในจำนวนนั้นมีบุตรชายของ โมฮัมเหม็ด บาดี ผู้นำสูงสุดของกลุ่มภราดรภาพมุสลิมรวมอยู่ด้วย
ด้านรัฐบาลอียิปต์เตรียมดำเนินการหาช่องทางกฎหมายเพื่อประกาศให้กลุ่มมุสลิมภราดรภาพเป็นกลุ่มทางการเมืองนอกกฎหมาย มุ่งเป้าเพื่อสลายตัวกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตผู้นำโดยเร็วที่สุด
สถานการณ์รุนแรงในอียิปต์ยังกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวอย่างหนัก เป็นเหตุให้บริษัทท่องเที่ยวชั้นนำของฮังการีต้องล้มละลาย หลังต้องปิดให้บริการท่องเที่ยวไปยังจุดหมายสำคัญอย่างอียิปต์ไม่มีกำหนด
ขณะเดียวกัน แคทเธอรีน แอชตัน ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) เรียกร้องให้ชาติสมาชิกออกมาตรการรับมือที่เหมาะสมต่อเหตุรุนแรงในอียิปต์ และทบทวนความสัมพันธ์ โดยจะมีการประชุมฉุกเฉินในวันที่ 19 ส.ค.







