
ยูโรโซนพ้นภาวะถดถอย
เศรษฐกิจยูโรโซนส่งสัญญาณพ้นภาวะซบเซาถดถอย ทว่าปัญหาหนี้ยังน่าห่วง
เศรษฐกิจยูโรโซนส่งสัญญาณพ้นภาวะซบเซาถดถอย ทว่าปัญหาหนี้ยังน่าห่วง
เศรษฐกิจภูมิภาคยุโรปเริ่มมีสัญญาณฟื้นจากภาวะถดถอยที่ซบเซาต่อเนื่องมานาน 18 เดือน นำโดยการเติบโตของเยอรมนีและฝรั่งเศสที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่คาดการณ์กันไว้ก่อนหน้า ทว่า คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ออกโรงเตือนว่ายุโรปยังต้องปฎิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและคงนโยบายรัดเข็มขัดต่อไป เพื่อให้เศรษฐกิจสามารถพ้นจากภาวะวิกฤตหนี้สาธารณะได้
ทั้งนี้ รายงานระบุว่า ในรอบสามเดือนที่ผ่านมา เฉพาะในกลุ่ม 17 สมาชิกยูโรโซนมีการเติบโต 0.3% ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะอยู่ที่ 0.2% สวนทางกับช่วงสามเดือนแรกของปีนี้ที่เศรษฐกิจหดตัว 0.3%
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีสัญญาณข่าวดีที่ยุโรปสามารถหลุดพ้นจากภาวะถดถอย ซึ่งวัดจากตัวเลขเศรษฐกิจที่หดตัวติดต่อกันอย่างน้อย 2 ไตรมาสขึ้นไป แต่ตัวเลขปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจด้านอื่นๆ แสดงให้เห็นว่ายุโรปยังจำเป็นต้องปรับปรุงพัฒนาให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้โดยรวมแล้ว เศรษฐกิจยูโรโซนยังต้องพัฒนาอีกมาก เห็นได้จากเศรษฐกิจโดยรวมยังคงหดตัว 0.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ของปีก่อนหน้า
โอลีย์ ไรห์น คณะกรรมาธิการยุโรปด้านกิจการเศรษฐกิจยอมรับว่า เป้าหมายเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของภูมิภาคยังคงอยู่อีกไกล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตที่จะนำมาซึ่งการจ้างงานมากขึ้น
"มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่เราจะเข้าถึงการฟื้นตัวอย่างยั่งยืนในขณะนี้ แต่นั่นย่อมหมายความว่าเราต้องรักษาแนวทางนโยบายที่เรากระทำในขณะนี้เพื่อตอบสนองต่อวิกฤต" ไรห์นกล่าว
พร้อมกันนี้ ไรห์นยังเตือนว่า ยุโรปสมควรเดินหน้าปฏิรูปการเมือง จัดการกับกองภูเขาหนี้ รวมถึงสร้างเสาหลักเศรษฐกิจและเดินหน้าสร้างสหภาพการเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย หรือเป็นช่องทางให้นักเก็งกำไรเข้ามาจนทำกำไรจนระบบผิดเพี้ยน
ทั้งนี้ ความเห็นข้างต้นได้รับการตอบรับอย่างดีจากเยอรมนี ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในเดือนก.ย. นี้ โดยเยอรมนี หัวเรือใหญ่ของภูมิภาคยุโรปเติบโต ในการเติบโต 0.7% ขณะที่ฝรั่งเศสขยายตัวได้ที่ 0.5% ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ 0.2%
ด้านตัวเลขการเติบโตโดยรวมของ 27 ชาติสมาชิกสหภาพยุโรป ในไตรมาส 2 ของปีนี้ เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีนี้ที่หดตัวลง 0.1%







