posttoday
Hokkaido Slow Drive 3

Hokkaido Slow Drive 3

11 สิงหาคม 2556

ผมป้อนหมายเลข 100-2821 เข้าไปใน Navigator หมายเลขนี้เป็น Map Code ของสวนสัตว์อาซาฮิยามะ จุดหมายปลายทางแรกของผม

ผมป้อนหมายเลข 100-2821 เข้าไปใน Navigator หมายเลขนี้เป็น Map Code ของสวนสัตว์อาซาฮิยามะ จุดหมายปลายทางแรกของผม หน้าจอบอกข้อมูลที่จำเป็นทุกอย่างทั้งเส้นทาง ระยะทาง และระยะเวลา ผมมีหน้าที่ขับรถตามคำแนะนำของเจ้าเครื่องนี้ซึ่งมันจะคำนวณเส้นทางที่สะดวกที่สุดและใช้เวลาที่น้อยที่สุดออกมา แต่ก็จะมีค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มในกรณีที่มีทางด่วนเหมือนอย่างของผม มีคนเคยบอกกับผมนานมาแล้วว่าถ้าเรามีปัญญาจ่าย เราก็สามารถขับรถจากฮอกไกโดไปยังเกาะคิวชูได้โดยไม่ต้องลงจากทางด่วนเลย ผมยังไม่เคยพิสูจน์เลยตอบไม่ได้ว่าจริงหรือไม่ แต่ก็ตั้งใจไว้ว่าจะขอลองขับรถจากเหนือสุดของญี่ปุ่นไปยังใต้สุดของเกาะคิวชูดูสักครั้งในอนาคตอันใกล้นี้

ทางด่วนของฮอกไกโดนั้นโล่งมาก ผมขับเพลินๆ เผลอแป๊บเดียวเหยียบเกินร้อยไปแล้ว ถอนคันเร่งแทบไม่ทัน เจ้า

เครื่อง Navigator นี่มันก็รอบรู้ไปหมด เวลาจะไปเจออะไรมันจะเตือนเราล่วงหน้าประมาณ 2 กิโลเมตร ก่อนถึง จึงทำให้เราสามารถลดความเร็วลงได้แบบไม่กระชั้นชิด บรรดาข้อมูลพวกจุดแวะพักหรือทางแยกต่างๆ นี่เป็นธรรมดาอยู่แล้ว แต่ที่ผมยกนิ้วให้เลยคือมันบอกได้แม้กระทั่งตำแหน่งของการซ่อมบำรุงผิวทางหรือตำแหน่งของการเกิดอุบัติเหตุ ช่วยให้เราขับรถได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น ผมขับรวดเดียวโดยไม่ได้แวะพักที่ไหนเลย เปรียบกับตอนนั่งรถบัสทัวร์แล้วผิดกันมาก ผมรู้สึกมีอิสระกว่าเยอะเพราะเราสามารถเลือกได้ว่าจะหยุดพักตรงไหนหรือแวะตรงไหนได้หมด แต่ถ้านั่งรถบัสไปกับกรุ๊ปทัวร์ก็ไม่สามารถจะทำได้ ยิ่งปัจจุบันรัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่งออกกฎหมายตัวใหม่ที่ทำให้การจัดกรุ๊ปทัวร์ในแบบเดิมๆ มีข้อจำกัดมากขึ้นคือ ห้ามใช้รถบัสทัวร์เกินวันละ 12 ชั่วโมง ใน 12 ชั่วโมง เป็นเวลาที่ขับรถได้ไม่เกิน 9 ชั่วโมง ทุก 2 ชั่วโมง คนขับรถต้องพักอย่างน้อย 15 นาที และในหนึ่งวันจะใช้รถวิ่งเกินกว่า 500 กิโลเมตรไม่ได้ ทัวร์สุดคุ้ม 1 วัน 5 จังหวัดต่อไปนี้คงจะทำกันไม่ได้แล้ว เป็นช่วงเวลาที่บริษัททัวร์ต้องสร้างความเข้าใจใหม่ให้กับผู้ซื้อ และจะต้องคอยตอบคำถามยอดฮิตอย่าง ทำไมบริษัทอื่นทำได้ แต่คุณทำไม่ได้ ไปอีกนาน

ผมใช้เวลาบนทางด่วนเพียงชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงทางออกสู่เมืองอาซาฮิคาวะ ผมลังเลอยู่ว่าจะไปสวนสัตว์ก่อนหรือจะแวะทานข้าวก่อนดี เพราะถ้าแวะทานข้าวผมต้องป้อนข้อมูลใหม่เข้าไป ด้วยความขี้เกียจเลยมุ่งหน้าสู่สวนสัตว์อาซาฮิยามะ Navigator พาผมไปยังเส้นทางที่แตกต่างจากตอนที่ผมไปด้วยรถบัสทัวร์ เพราะที่จอดรถบัสกับที่จอดรถส่วนตัวมันคนละที่กัน แต่ผมก็แปลกใจว่าทำไมเส้นทางนี้ถึงไม่ค่อยมีรถเท่าไหร่ พอมาถึงลานจอดรถก็เริ่มเอะใจว่าต้องมีอะไรผิดปกติเป็นแน่เพราะไม่มีรถจอดอยู่เลยสักคันเดียว มองไปดูที่ช่องจำหน่ายบัตรก็ปิด ทีแรกยังคิดว่ามาผิดที่แต่มองไปรอบๆ ไม่มีใครสักคน เลยจอดรถแล้วเดินเข้าที่ช่องจำหน่าย

บัตร เขาติดป้ายไว้ว่า Closed ซวยล่ะสิ! อุตส่าห์ขับรถมาถึงนี่เพื่อจะพาลูกมาดูสัตว์ดันปิดซะได้ อยากเขกหัวตัวเองจริงๆ อาชีพตัวเองแท้ๆ แต่ไม่ยอมเช็กก่อนว่ามันเปิดหรือเปล่า เจ้า Navigator มันบอกได้เกือบทุกอย่างแต่มันบอกวันเวลาเปิดปิดไม่ได้ต้องเช็กเองนะครับ ผมเลยรีบพลิกคู่มือท่องเที่ยวดูถึงรู้ว่าสวนสัตว์แห่งนี้เขามีช่วงเวลาปิดด้วยปีละ 3 ครั้ง คือ 928 เม.ย. 23 ต.ค.2 พ.ย. และ 30 ธ.ค.1 ม.ค. ใครจะไปเที่ยวที่ไหนเองควรตรวจสอบข้อมูลวันเวลาเปิดปิดให้ดี จะได้ไม่พลาดเหมือนผมครับ

ในเมื่อไม่มีทางเลือกผมก็เลยต้องหาที่ตั้งหลักก่อน จำได้แวบๆ ว่าตอนวิ่งผ่านสี่แยกสุดท้ายก่อนขึ้นเนินมาสวนสัตว์ เห็นป้ายร้านราเมงอยู่ร้านหนึ่ง โหงวเฮ้งใช้ได้และมีที่จอดรถด้วยเลยตัดสินใจไปฝากท้องแบบง่ายๆ ที่ร้านToku Ichiban เป็นร้านราเมงแบบบ้านๆ ที่ผมเคยเขียนลงในคอลัมน์ อร่อยร้อยลิ้น ไปแล้วเมื่อสองสามเดือนก่อน และหน้าร้อนที่ผ่านมา น้องๆ ที่บริษัทก็พากรุ๊ปทัวร์มาตามรอย ปรากฏว่าลูกค้าชอบอกชอบใจกันใหญ่ เพราะไม่คิดว่าราเมงชานเมืองจะอร่อยถึงใจไม่แพ้ราเมงมีชื่อ

หลังจากอิ่มท้องแล้วผมก็ปรับแผนด้วยการไลน์หาเพื่อนในญี่ปุ่นซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย ประหยัดและเร็วที่สุดในยุคนี้ ผมถามไปว่าระหว่างทางไปเมืองฟุราโนะมีที่ไหนให้ลูกผมได้ดูสัตว์บ้างหรือเปล่า พักเดียวคำตอบก็ออกมาว่า Chiyoda Farm พร้อมเบอร์โทรและMap Code ผมรีบจัดแจงป้อนข้อมูลเข้าไปในNavigator เส้นทางและระยะเวลาปรากฏออกมาทันทีว่าตั้งอยู่ในเมืองบิเอะ ห่างจากตำแหน่งที่ผมอยู่แค่ 3040 นาทีเท่านั้น ผมรีบจัดแจงขึ้นรถแล้วออกเดินทางอย่างมีความหวัง ภารกิจของการเป็นพ่อแม่นี่ไม่ง่ายเลย เพื่อลูกแล้วทำได้แทบทุกอย่างจริงๆ ผมขับไปได้พักหนึ่งก็ถึงตัวเมืองบิเอะ จากนั้น Navigator ก็นำทางผมขึ้นเนินออกนอกเมืองไปอีกครั้ง สักพักใหญ่ๆ ผมก็มาถึงจุดหมาย

ปลายทาง ภาพที่ผมเห็นมันทำให้ผมต้องเริ่มทำใจอีกครั้งเพราะเป็นฟาร์มว่างๆ ไม่เห็นสัตว์เลยสักตัว แต่เพื่อความแน่ใจขอลงไปเดินสำรวจดูก่อน ปรากฏว่าอาคารด้านหน้าของผมติดป้ายไว้ว่า Farm Restaurant Chiyoda อั้ยหยะ! นี่มันร้านอาหารนี่หว่า แต่ว่าก็ปิดเหมือนกัน เอาไงดีล่ะทีนี้ มองออกไปใกล้ๆ กันมันเป็นพื้นที่ที่ล้อมรั้วไว้เหมือนว่าจะมีสัตว์อยู่ ผมเลยเดินสำรวจไปทีละแปลง ในที่สุดก็เห็นตัวลามาอยู่ในแปลงหนึ่งแล้วก็นกกระจอกเทศอยู่อีกแปลงหนึ่ง เย้!ในที่สุดก็มีสัตว์ให้ลูกได้ดูตามที่ให้สัญญาไว้ ถึงจะไม่ค่อยเยอะแต่ลูกก็ตื่นเต้นแล้วเพราะเป็นสัตว์ที่หาดูไม่ได้ง่ายๆ โดยเฉพาะตัวลามา ผมอุ้มลูกดูอยู่ได้พักหนึ่งก็มีรถแทรกเตอร์วิ่งช้าๆ มาจอดตรงข้างๆ รถของเรา แล้วส่งภาษาชี้มือชี้ไม้ไปข้างหน้า จับใจความได้ว่ายังมีสัตว์ให้ดูอีก แล้วคุณลุงใจดีก็ขับแทรกเตอร์ผ่านไป ผมรีบขับรถตามคุณลุงไปได้หน่อยเดียว คุณลุงก็จอดรถลงมาส่งภาษาอีกว่าให้เข้าไปในอาคาร

หลังที่อยู่ใกล้ๆ ในนั้นมีสัตว์อยู่เข้าไปดูได้เลย ดูเสร็จแล้วปิดประตูให้ด้วย แล้วคุณลุงก็ขับรถแทรกเตอร์จากไป ทิ้งให้เรา 4 คนพ่อแม่ลูกลุ้นระทึกว่าจะมีตัวอะไรอยู่ในโรงนาแห่งนั้น

สัปดาห์หน้าจะมาเฉลยว่า ตัวอะไรอยู่ในโรงนา ผมถ่ายคลิปกลับมาจนทุกวันนี้ลูกยังขอดูอยู่บ่อยๆ เลยครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท