
‘จีน’เสียวฟองสบู่แตก สั่งแบงก์ประเมินกู้ใหม่
โพสต์ทูเดย์
— จีนเดินหน้าเข้มสั่งธนาคารทดสอบความแข็งแกร่งประเมินผลการปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ในทุกไตรมาส หวั่นฟองสบู่ราคาอสังหาฯ แตกโพละ กระทบทั้งระบบเศรษฐกิจประเทศจีนไล่อุดช่องโหว่ภาคอสังหาริมทรัพย์ สั่งให้สถาบันการเงินทั้งหลายที่ปล่อยกู้ออกไปในภาคอสังหาริมทรัพย์ดำเนินการทดสอบความแข็งแกร่งของสินเชื่อที่ปล่อยออกไปในทุกไตรมาส ท่ามกลางความหวั่นวิตกว่าจะเกิดภาวะหนี้เน่าจนทำให้ฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนแตกลง
ทั้งนี้ ในแถลงการณ์ของหลิวมิงกัง ผู้อำนวยการคณะกรรมาธิการกำกับภาคการธนาคารของจีน ระบุว่า สถาบันการเงินทั้งหมดจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดเพื่อที่จะควบคุมการปล่อยสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ไม่ให้มากเกินไป และจะต้องสร้างความมั่นใจให้ได้ว่า ความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้
สำหรับความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นคำสั่งล่าสุดจากทางการจีนเพื่อควบคุมความร้อนแรงในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เมื่อปีที่แล้ว ได้มีการปล่อยสินเชื่อในภาคนี้ไปมากถึง 936 ล้านล้านหยวน ซึ่งหากเกิดภาวะหนี้เสียจนควบคุมไม่ได้ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อภาคการเงิน และธนาคารจีนอย่างรุนแรง
หลิว เปิดเผยว่า ในเดือนนี้ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ถูกสั่งให้ดำเนินการประเมินการปล่อยกู้ทั้งหมดทีละโครงการที่ได้ปล่อยสินเชื่อออกไปให้กับบริษัทก่อสร้างของรัฐบาลท้องถิ่นด้วย
นอกจากนั้น ในช่วงปีนี้ผู้กำหนดนโยบายการธนาคารของจีน ยังได้ปรับขึ้นสัดส่วนทุนสำรองของธนาคารขึ้นมาแล้วถึงสองเท่า เพื่อกำจัดปริมาณทุนที่ธนาคารเหล่านี้จะปล่อยกู้ออกไป
ดังนั้น จากข้อมูลแสดงให้เห็นว่าราคาอสังหาริมทรัพย์ใน 70 เมืองของจีน กระโดดขึ้นถึง 11.7% ในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นอัตราเติบโตแบบปีต่อปีที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา
สำหรับในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จีนได้ดำเนินนโยบายควบคุมความร้อนแรงในการลงทุนหลักทรัพย์ และการควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์ออกมาหลายนโยบาย เพื่อควบคุมการเติบโตไม่ให้เกิดภาวะฟองสบู่ต่อราคาอสังหาริมทรัพย์ เช่นการออกนโยบายควบคุมการขายอสังหาริมทรัพย์ล่วงหน้า และยังกำหนดเพดานผู้กู้บ้านหลังที่ 3 ขึ้นใหม่ พร้อมกับเพิ่มเพดานการจ่ายเงินขั้นต่ำสำหรับบ้านหลังที่ 2
ทั้งนี้ หลิว กล่าวว่า แม้ว่าเศรษฐกิจจีนจะเดินหน้าสู่การฟื้นตัวในปีนี้ แต่ทว่าจีนก็ยังเผชิญหน้ากับปัญหาท้าทายอยู่มาก โดยเฉพาะกับการเติบโตที่ร้อนแรงเกินไปของภาคอสังหาริมทรัพย์
หลิว กล่าวส่งท้ายว่า ผู้ปล่อยกู้ยังจะต้องควบคุมระดับการเติบโตของสินเชื่อใหม่ให้ได้ ด้วยการปรับกระบวนการการปล่อยเครดิตให้กับผู้กู้ใหม่







