posttoday
เศรษฐีใหม่จีนควักครึ่งล้านลบคราบ"รวยไร้มารยาท"

เศรษฐีใหม่จีนควักครึ่งล้านลบคราบ"รวยไร้มารยาท"

28 กรกฎาคม 2556

เศรษฐีใหม่แดนมังกร ทุ่มเงินเฉียด 4.8 แสนบาท เข้าคอร์สฝึกมารยาทชั้นสูง สลัดภาพลักษณ์แย่

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจจีนที่เฟื่องฟูเติบโตขึ้นอย่างร้อนแรงนั้น ผลักดันให้ชาวจีนหลายล้านคนสามารถเริ่มลืมตาอ้าปากขยับขยายฐานะผงาดขึ้นมาเป็น “ชนชั้นกลาง” และ “เศรษฐีใหม่” ได้อย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ การขวนขวายหาวิถีชีวิตที่หรูหราแตกต่างจากในอดีตเพื่อแสดงสถานะทางสังคม ตลอดจนถึงยกระดับภาพลักษณ์และชีวิตในปัจจุบันให้มีความกลมกลืมกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมรอบตัวมากที่สุด

ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่มาของกระแสล่าสุดที่กำลังแพร่หลายอย่างกว้างขวางในกลุ่มเศรษฐีใหม่ชาวจีน ที่แห่ไปเข้า “คอร์สฝึกฝนมารยาทชั้นสูง” กันอย่างล้นหลาม

“กลุ่มเศรษฐีใหม่ชาวจีน โดยเฉพาะหญิงชาวจีนวัย 40 ปีในปัจจุบัน รับบทบาทหลากหลายหน้าที่ คือ เป็นทั้งลูก ภรรยา แม่ และนักธุรกิจในเวลาเดียวกัน แต่พวกเธอไม่มีบุคคลต้นแบบ หรือกฎระเบียบแบบแผนใดๆ เพื่อปฏิบัติตามท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ได้เลย” ซารา เจน โฮ ผู้ก่อตั้งสถาบันซาริตา ซึ่งเปิดสอนมารยาทชั้นสูงแบบครบวงจรใจกลางกรุงปักกิ่ง เล่าย้อนถึงจุดกำเนิดของสถาบันซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในขณะนี้

“คอร์สเรียนของฉันจึงเปรียบเสมือนกับขงจื๊อรุ่นใหม่ที่คอยแนะวิธีการใช้ชีวิตให้กับกลุ่มเศรษฐีใหม่เหล่านี้”เจ้าของสาวชาวฮ่องกง ซึ่งมีดีกรีจบจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐ และผ่านการเรียนด้านการเข้าสังคมจากสถาบันวิลลา ปิแอร์เฟอ ชื่อดังในสวิตเซอร์แลนด์กล่าวเสริม

สำหรับคอร์สสอนมารยาทของสถาบันซาริตา ซึ่งสนนราคาสูงถึง 1 แสนหยวน (ราว 4.8 แสนบาท) ต่อคอร์ส 14 วันนั้น ผู้เรียนจะได้พัฒนาทักษะการเข้าสังคม ไล่ตั้งแต่การเรียนรู้ขนบธรรมเนียมและมารยาทบนโต๊ะอาหารทั้งแบบอเมริกันและยุโรป ไปจนถึงการรู้จักแต่งตัวให้เหมาะสมตามกาลเทศะและมีสง่าราศีแล้ว ยังมีการอบรมความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ “ไลฟ์สไตล์คนรวย” เพื่อให้ผู้เรียนมีความคุ้นเคยกับประเภทอาหารตะวันตก ไวน์รสเลิศ การจิบชาอังกฤษยามบ่าย ไปจนถึงกีฬาของชนชั้นสูงต่างๆ เช่น กอล์ฟและขี่ม้าอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการเรียนการสอนเทคนิคการพูดคุยระหว่างการออกงานสังคม เปิดทางให้ผู้ที่ผ่านการอบรมสามารถเลือกหัวข้อการสนทนาได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ และหลีกเลี่ยงประเด็นที่อ่อนไหวอย่างการถามเงินเดือนและเรื่องส่วนตัว ประกอบกับสามารถวางตัว เช่น ยืนเก็บข้อศอกไว้ข้างลำตัว ประกอบกับเว้นระยะการยืนระหว่างคู่สนทนาอย่างมีศิลปะ

เรียกได้ว่า เมื่อใดที่เข้าไปในงานสังคมที่แวดล้อมไปด้วยบุคคลชั้นสูง ก็จะสามารถ “สวมมาดผู้ดี” ได้อย่างกลมกลืนที่สุดนั่นเอง

“จากคนที่เคยยื่นมีดให้กับบุคคลอื่นโดยนำปลายแหลมออก ในตอนนี้หญิงสาวคนเดิมสามารถออกงานสังคมกับสามีอย่างไม่เคอะเขิน หรือสร้างความอับอายให้กับตัวเองและคนรอบข้างอีกด้วย” โฮ เล่าถึงหนึ่งในนักเรียนของสถาบัน ที่เข้าคอร์สฝึกมารยาทของทางสถาบันซ้ำถึง 3 ครั้ง เนื่องจากต้องการฝึกฝนทักษะการเข้าสังคมให้อย่างไม่มีที่ติที่สุด

“ฉันคิดว่าลักษณะท่าทางของคนขณะกำลังรับประทานอาหาร เช่น วิธีการจับส้อม ถือมีด หรือการตักอาหารเข้าปาก บอกอะไรเกี่ยวกับตัวเขาได้หลายอย่าง ทั้งมารยาทตลอดจนพื้นฐานทางสังคม พ่อแม่ของฉันเก็บเกี่ยวเรื่องเหล่านี้ มีผ่านสื่อโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ต แต่ฉันต้องการมาเรียนรู้ด้วยตัวเองกับมืออาชีพ” โจเซลิน หวัง ผู้เข้าอบรมวัย 24 ปี ซึ่งจบการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงลอนดอนของอังกฤษ เล่าประสบการณ์

ทางด้าน มาร์ติน ไวท์ นักสังคมวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐ มองว่า กระแสความต้องการยกระดับภาพลักษณ์ของกลุ่มเศรษฐีใหม่ชาวจีนในปัจจุบัน เนื่องจากส่วนใหญ่มองว่า การถูกตราหน้าว่าเป็น “เศรษฐีใหม่” อาจต้องตกเป็นเหยื่อของการถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมและสื่อ ไม่ต่างอะไรกับชาวอเมริกันในยุคศตวรรษที่ 19 ที่ได้ชื่อว่าเป็น “ยาจกสู่มหาเศรษฐี”

“กลุ่มชาวจีนเหล่านี้รู้สึกว่ามีความจำเป็นที่ต้องแสดงออกให้โลกรู้ว่า พวกเขาไม่ใช่กลุ่มคนที่ร่ำรวยอย่างฉาบฉวยและไร้ซึ่งวัฒนธรรม ทว่าพวกเขาก็มีความสุภาพเรียบร้อยและมีอารยธรรมไม่ต่างอะไรกับผู้มีฐานะหรือบุคคลชั้นสูงอื่นๆ ในอีกหลายประเทศเช่นกัน”ไวท์ระบุ

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์