posttoday
นานาจิตตัง (2)

นานาจิตตัง (2)

28 กรกฎาคม 2556

เซี่ยงไฮ้ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของจีนและของโลกในปัจจุบัน ถือเป็นเมืองที่มีความก้าวล้ำนำสมัยในทุกด้าน

เซี่ยงไฮ้ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของจีนและของโลกในปัจจุบัน ถือเป็นเมืองที่มีความก้าวล้ำนำสมัยในทุกด้าน ความเจริญของเซี่ยงไฮ้ในวันนี้เกิดขึ้นหลังจากยุคสงครามฝิ่น จากนั้นก็ได้รับการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างมากราวศตวรรษที่ 20 จนสามารถก้าวขึ้นสู่ความเป็นเมืองเศรษฐกิจชั้นนำของโลก ในฐานะที่เป็นแหล่งวัฒนธรรมที่มีอายุไม่ยาวนานเฉกเช่นราชธานียุคโบราณหลายแห่ง (ซีอาน ปักกิ่ง ลั่วหยาง ไคฟง) จึงมีข้อได้เปรียบในเรื่องการซึมซับวัฒนธรรมใหม่ๆ ด้วยเหตุนี้ ชาวเซี่ยงไฮ้จึงมักซึมซับและปรับเปลี่ยนไปตามกระแสสังคม ส่งผลให้เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าค้นหา

เมืองแห่งนี้คลาคล่ำไปด้วยกลุ่มคนอพยพ นับแต่ปี ค.ศ. 1843 มีชาวซูโจว หนิงปอ ฯลฯ อพยพมาตั้งรกรากอยู่หลายระลอก ทั้งยังเคยตกเป็นเขตเช่าของชาวต่างชาติในช่วงเวลาหนึ่ง หลังจากสถาปนาประเทศก็มีผู้คนหลั่งไหลมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก วัฒนธรรมของเซี่ยงไฮ้จึงค่อนข้างมีสีสัน เพราะเป็นการผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมจีนและวัฒนธรรมต่างชาติ

ถ้าเอ่ยถึงคนเซี่ยงไฮ้ในสายตาของคนทั่วไปแล้ว มักให้ภาพของกลุ่มคนที่ชอบประชันขันแข่ง อยู่แบบตัวใครตัวมัน มีความเป็นส่วนตัวสูง ไม่พอใจก็ร้องเรียน ขนาดเรื่องไม่เป็นเรื่องก็สามารถสร้างความร้าวฉานให้แก่ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านกับเพื่อนบ้านได้ แต่มักเป็นการปะทะคารมมากกว่าการใช้กำลัง น้อยมากที่จะเห็นว่ามีการลงไม้ลงมือ ทว่าพฤติกรรมที่ดูมีอารยธรรมเช่นนี้กลับเป็นเรื่องที่ขัดตาสำหรับชาวจีนทางเหนือ ที่มองว่าเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแอของคนที่นี่

มีการวิเคราะห์ว่า เหตุที่คนเซี่ยงไฮ้ปะทะคารมโดยไม่ใช้กำลัง ไม่เพียงเป็นการแสดงออกถึงความรู้สึกไม่พอใจฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น แต่ยังเป็นกุศโลบายที่ใช้ในการเรียกร้องความเห็นใจจากคนรอบข้าง เพราะจะได้ให้คนเหล่านี้แสดงความเห็นว่าฝ่ายใดถูกฝ่ายใดผิด โดยพิจารณาจากเหตุผลที่นำมาต่อเถียงกัน เมื่อเทียบกับการใช้กำลังแล้วถือว่าเหนือชั้นกว่ามาก

ขณะที่ชาวตงเป่ย ชาวตะวันออกเฉียงเหนือที่ขึ้นชื่อในเรื่องความใจกว้าง มองชาวเซี่ยงไฮ้ว่าเป็นเมืองที่ผู้คนแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ไม่ค่อยสุงสิงกับคนอื่น น้อยครั้งจะเห็นว่าไปดูหนัง ทานข้าวกับเพื่อนชาวต่างเมือง ไม่ค่อยกล่าวว่าร้ายผู้อื่น ไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวผู้อื่น แต่ก็ไม่เปิดเผยเรื่องส่วนตัวให้ผู้อื่นรู้เช่นกัน คบค้าสมาคมกับเพื่อนฝูงแบบเผินๆ แต่ในความรู้สึกของชาวตงเป่ยแล้ว ลักษณะนิสัยดังกล่าวกลับสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัยให้แก่พวกเขา

ถึงแม้ว่าหนุ่มเซี่ยงไฮ้จะมีภาพลักษณ์ของความเป็นหนุ่มสำอางที่มีผิวพรรณและรูปร่างหน้าตาดี จัดแต่งทรงผมและดูแลเสื้อผ้าให้เนี้ยบอยู่ตลอดเวลา เรียกว่าไม่ยอมให้ตัวเองตกยุคตกสมัย แต่ในสายตาของคนจีนบางกลุ่มยังคงมองว่า “ใจแคบ ขี้กลัว อ่อนปวกเปียก ไม่กล้าเผชิญหน้า” ล้วนเป็นลักษณะเด่นของหนุ่มเมืองนี้

หลายคนมีทัศนคติต่อผู้ชายเซี่ยงไฮ้ว่าเป็นพวกที่ทำอะไรเน้นเรื่องธุรกิจมากเกินไป ฉลาดในเชิงกลยุทธ์จนบางครั้งดูแล้งน้ำใจ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของหนุ่มเซี่ยงไฮ้ลดลงแต่อย่างใด เพราะถึงแม้จะเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างหนัก แต่ก็รู้จักสร้างความสุขให้แก่ตัวเอง ให้ความสำคัญกับการแต่งตัวและมีรสนิยมในการใช้ชีวิตติดอันดับต้นๆ ของหนุ่มจีนกันเลยทีเดียว

การที่บรรดาตัวละครซึ่งผ่านปลายปากกาของนักเขียนเซี่ยงไฮ้มักเน้นไปที่ความเป็นเหตุเป็นผลมากกว่าอารมณ์ความรู้สึก รวมไปถึงบทความต่างๆ ที่ให้น้ำหนักกับการวิเคราะห์มากกว่าการบรรยายความรู้สึก ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงการมองชีวิตบนแนวคิดแบบสัจจนิยมของคนที่นี่นั่นเอง

ขณะที่สาวเซี่ยงไฮ้ก็ขึ้นชื่อเรื่องผู้นำแฟชั่นและความสวยความงาม ไม่ว่าจะเป็นสาวรูปร่างสะโอดสะองหรือสาวรูปร่างไม่ค่อยได้มาตรฐาน ล้วนมีความสามารถในการเลือกสรรเครื่องแต่งกายที่มีสีสันเข้ากันทั้งสิ้น ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นสาวสมัยใหม่ของผู้หญิงเซี่ยงไฮ้ได้เป็นอย่างดี โดยมากมักเลือกใส่เสื้อผ้าที่พอดีตัว ไม่เลือกแบบที่ใส่แล้วดูหลวมหรือรัดทรวดทรงจนเกินไป ความก้าวล้ำด้านการแต่งกายของสาวเมืองนี้เกิดขึ้นจากใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางแฟชั่นและแนวคิดสมัยใหม่ที่ผสานกันได้อย่างลงตัว

ที่น่าสนใจ คือ หนุ่มเซี่ยงไฮ้ได้ชื่อว่าเป็นที่ต้องการของสาวจีนทั่วประเทศ เพราะรับบทบาททั้งหัวหน้าครอบครัวและเป็นพ่อบ้านที่ดีได้ในคนคนเดียวกัน

คำพูดติดปากในหมู่สาวเซี่ยงไฮ้ที่ว่า “ผู้ชายชั้นเลิศกลัวภรรยา ผู้ชายชั้นที่ 2 ต่อว่าภรรยา ผู้ชายชั้นที่ 3 ตบตีภรรยา กลัวภรรยาช่วยให้เจริญก้าวหน้า” จริงๆ แล้วถือเป็นการพูดที่ช่วยเพิ่มภาพลักษณ์ให้แก่หนุ่มเซี่ยงไฮ้มากขึ้น จะสังเกตเห็นว่า โดยมากแล้วสาวเซี่ยงไฮ้มักเลือกคู่ครองเป็นหนุ่มซี่ยงไฮ้มากกว่าคนต่างถิ่น

ส่วนคำว่า “ภรรยาจงเจริญ” ก็เป็นคำขวัญที่หนุ่มเซี่ยงไฮ้พร้อมใจกันยกย่องคนรัก มองในอีกแง่หนึ่ง ถือเป็นการให้เกียรติศรีภรรยา หากเกิดพบเห็นหนุ่มเซี่ยงไฮ้ไปจ่ายตลาด ทำงานบ้าน ทำกับข้าว เลี้ยงลูก ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นกิจกรรมที่ไม่ค่อยพบเห็นในหมู่หนุ่มชาวเหนือ ที่มองว่าเป็นภารกิจของแม่บ้านก็ไม่ต้องตกอกตกใจ เพราะคนที่นี่มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่หนุ่มเซี่ยงไฮ้ปฏิบัติจนเป็นกิจวัตร

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด