
ยังผูกขาด
ในสัปดาห์นี้ ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในต่างประเทศที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด คงหนีไม่พ้นการเลือกตั้งทั่วไปในกัมพูชา ที่จะมีขึ้นวันที่ 28 ก.ค. ก็เพราะเป็นการเลือกตั้งที่ถูกมองว่าน่าจะสูสีมากขึ้น เนื่องจาก สม รังสี แกนนำพรรคฝ่ายค้าน หรือพรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) ได้เดินทางกลับมาจากการลี้ภัยทางการเมืองในฝรั่งเศสเป็นเวลา 11 ปี เพื่อช่วยพรรคหาเสียงลุยศึกเลือกตั้งแข่งกับพรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี) ของนายกรัฐมนตรี ฮุนเซน หลังจากที่พึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษไปเมื่อสัปดาห์ก่อน
ในสัปดาห์นี้ ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในต่างประเทศที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด คงหนีไม่พ้นการเลือกตั้งทั่วไปในกัมพูชา ที่จะมีขึ้นวันที่ 28 ก.ค. ก็เพราะเป็นการเลือกตั้งที่ถูกมองว่าน่าจะสูสีมากขึ้น เนื่องจาก สม รังสี แกนนำพรรคฝ่ายค้าน หรือพรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) ได้เดินทางกลับมาจากการลี้ภัยทางการเมืองในฝรั่งเศสเป็นเวลา 11 ปี เพื่อช่วยพรรคหาเสียงลุยศึกเลือกตั้งแข่งกับพรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี) ของนายกรัฐมนตรี ฮุนเซน หลังจากที่พึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษไปเมื่อสัปดาห์ก่อน
อย่างไรก็ตาม แม้การกลับมาของ สมรังสี ครั้งนี้จะทำให้การเลือกตั้งดังกล่าวถูกมองว่ารัฐบาลกัมพูชาเริ่มหันมายอมรับการเปิดกว้างให้มีการแข่งขันทางการเมืองอย่างเสรีตามระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น หลังจากที่ถูกรัฐบาลพรรคเดียวผูกขาดอำนาจทางการเมืองมาโดยตลอดเกือบ 3 ทศวรรษ ทว่าในความเป็นจริงแล้ว โอกาสที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในกัมพูชา รวมไปถึงในอนาคตอันใกล้ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมาก เนื่องจากยังมีกลไกทางกฎหมายต่างๆ และหน่วยงานรัฐที่กีดขวางทางของผู้ที่จะเข้ามาท้าทายอำนาจของรัฐบาลชุดปัจจุบันอยู่มาก
เห็นได้ชัดจากการที่ สม รังสี ไม่สามารถยื่นใบสมัครลงสู้ศึกเลือกตั้งครั้งล่าสุดได้ เพราะว่าถูกคณะกรรมการเลือกตั้งในประเทศปฏิเสธที่จะรับใบสมัครในช่วงก่อนเลือกตั้ง โดยให้เหตุผลสั้นๆ ว่า แกนนำฝ่ายค้านรายดังกล่าวมีคุณสมบัติไม่เพียงพอที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งได้
ดังนั้น การเลือกตั้งหนนี้ สม รังสี จึงทำหน้าที่ได้เป็นเพียงผู้คอยเรียกเสียงเชียร์ให้กับพรรคเท่านั้น โดยไม่สามารถลงแข่งกับ ฮุนเซน ได้โดยตรง ซึ่งทำให้นักวิเคราะห์พากันฟันธงว่าผลการเลือกตั้งจึงไม่น่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงใดๆ ขึ้น และ ฮุนเซน ก็น่าจะยังสามารถรักษาเก้าอี้ผู้นำไว้อย่างมั่นคงได้อีกนาน







