
หุ้นมะกันปิดตลาดพุ่งสูงสุดรายได้ภาคธนาคารช่วยหนุน
ดาวโจนส์เอสแอนด์พี 500 ทุบสถิติปิดตลาดสูงสุด ผลจากแรงหนุนของรายได้ภาคธนาคาร
ดาวโจนส์เอสแอนด์พี 500 ทุบสถิติปิดตลาดสูงสุด ผลจากแรงหนุนของรายได้ภาคธนาคาร
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์และดัชนีเอสแอนด์พี 500 ในตลาดหุ้นวอลสตรีทของสหรัฐ ปิดตลาดเมื่อวันที่ 12 ก.ค. ทำสถิติใหม่สูงสุด ทำให้ดัชนีเอสแอนด์พี 500 มีผลดำเนินการในรอบสัปดาห์ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. และนับเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 โดยเป็นผลจากรายงานผลประกอบการของภาคธนาคารที่เพิ่มมากขึ้น สะท้อนให้เห็นภาคการเงินที่เริ่มกลับมามีเสถียรภาพ
ทั้งนี้ การปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของดัชนีเอสแอนด์พีได้ช่วยชดเชยการขาดทุนของตลาดในช่วงก่อนหน้าที่เกิดจากแรงเทขายของนักลงทุนในตลาด เนื่องจากส่วนใหญ่หวั่นวิตกกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณชะลอนโยบายผ่อนปรนทางการเงิน (คิวอี)
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ ระบุว่า สถิติสูงสุดครั้งใหม่นี้ไม่ได้มีความหมายใดๆ ต่อนักลงทุนมากนัก แต่ก็ถือเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนเริ่มมีความหวังและเชื่อมั่นกับการลงทุนในตลาดมากยิ่งขึ้น
เฉลี่ยแล้วดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับเพิ่มขึ้น 3.38 จุด หรือ 0.02% มาอยู่ที่ 15,646.30 จุด ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดของปี ขณะที่ดัชนีสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ 500 (เอสแอนด์พี 500) เพิ่มขึ้น 5.17 จุด หรือ 0.31% ปิดตลาดสูงสุดที่ 1,680.19 จุด และดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต เพิ่มขึ้น 21.78 จุด หรือ 0.61% มาอยู่ที่ 3,600.08 จุด ซึ่งปิดตลาดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์
ด้านนักวิเคราะห์ตลาดส่วนใหญ่ ระบุว่า ตลาดหุ้นสหรัฐมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอีก โดยต้องรอผลรายงานผลประกอบการของภาคธุรกิจที่จะทยอยออกมาในช่วงสัปดาห์ที่จะถึงนี้
ด้านความคืบหน้าข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างสหรัฐกับสหภาพยุโรป (อียู) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อิกนาซิโอ การ์เซียเบอร์เซโร ตัวแทนจากอียู กล่าวว่า การเจรจาเป็นไปด้วยดีและมีประสิทธิภาพ โดย 2 ฝ่ายต่างหวังที่จะให้ผลการเจรจาช่วยเพิ่มผลประโยชน์ทางการค้า การจ้างงาน และลดภาระหรืออุปสรรคกีดขวางการค้าของ 2 ฝ่าย
ขณะที่ประเด็นซึ่งกำลังเป็นที่สนใจอย่างการแอบดักฟังข้อมูลลับ ตัวแทนทั้งสองฝ่ายกลับไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก โดยย้ำเพียงว่าสหรัฐกับอียูยังต้องหารือในรายละเอียด ซึ่งการพูดคุยรอบที่ 2 จะมีขึ้นที่กรุงบรัสเซลส์ ในเดือน ต.ค.นี้
วันเดียวกัน ฟิทช์ เรทติ้งส์ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลกปรับลดอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศและเงินตราในประเทศของฝรั่งเศสจาก AAA มาอยู่ที่ AA+ เนื่องจากระดับหนี้สาธารณะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยฟิทช์ประเมินว่าปริมาณหนี้จะพุ่งถึง 96% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปี 2557 แต่ยังคงสถานะอันดับเครดิตสากลระยะสั้นสกุลเงินต่างประเทศไว้ที่ F1 และคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจอยู่ในระดับเสถียรภาพ







