
จีนหนี้พุ่งเข้าโหมดอันตราย
โนมูระเตือนหนี้เอกชนเอเชียพุ่ง167% บริษัทเรือเบอร์1ของมังกรวอนรัฐอุ้มแล้ว
โนมูระเตือนหนี้เอกชนเอเชียพุ่ง167% บริษัทเรือเบอร์1ของมังกรวอนรัฐอุ้มแล้ว
เตือนหนี้เอกชนในเอเชียพุ่ง เหตุใช้นโยบายการเงินหลวมต่อเนื่อง ด้านภาคการผลิตจีนวอนรัฐเข้าช่วยเหลือ
บลูมเบิร์ก อ้างรายงานการวิเคราะห์ของบริษัท โนมูระ โฮลดิงส์ ว่า จีน ฮ่องกง และอินเดีย กำลังเข้าสู่เขตพื้นที่ความเสี่ยงสูง อันเป็นผลมาจากการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อเนื่องกันนานเกินไปตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จนนำไปสู่ภาวะหนี้ภาคเอกชนพุ่งสูง ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้กำลังขยายวงไปทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
โนมูระ ระบุว่า ระดับหนี้ภาคเอกชนเมื่อเทียบกับผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของเอเชียในปี 2555 พุ่งสะสมถึง 167% ท่ามกลางตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เสี่ยงต่อภาวะฟองสบู่ โดยฮ่องกงและสิงคโปร์มีหนี้ภาคเอกชนพุ่งเกินกว่า 50% ของจีดีพี ขณะที่จีน มาเลเซีย เกาหลีใต้ และไทย มีหนี้อยู่ระหว่าง 30-40% และหากเกิดวิกฤตการณ์เศรษฐกิจครั้งใหม่ขึ้น อินโดนีเซียจะเสี่ยงได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยมีเกาหลีใต้ มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทยเสี่ยงรองลงมา ขณะที่ฟิลิปปินส์และไต้หวันเสี่ยงรั้งท้าย
“หลายชาติเอเชียกำลังตกสู่หลุมพรางเดียวกับสหรัฐและยุโรป รวมไปถึงวิกฤตการณ์การเงินเอเชียในยุค 90 ด้วยการคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากเกินไป โดยเน้นที่วัฏจักรธุรกิจและการตรึงดอกเบี้ยให้ต่ำ แต่กลับไม่ให้ความสำคัญกับวัฏจักรทางการเงินเท่าที่ควร” โนมูระ ระบุ
นอกจากนี้ โนมูระยังเตือนให้เอเชียเน้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน มากกว่าตัวเลขเติบโตที่หวือหวาในระยะสั้น เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่จะเริ่มปรับกลยุทธ์การลงทุนในภูมิภาคนี้ใหม่เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอหรือถอนมาตรการผ่อนปรนทางการเงิน (คิวอี)
วันเดียวกัน รอยเตอร์ส รายงานอ้างแถลงการณ์ของคณะรัฐมนตรีจีนว่า ทางการจะระงับมาตรการอัดฉีดสินเชื่อเข้าระบบ เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีปัญหาการผลิตส่วนเกินมากเกินไป โดยทางการจีนนั้นกำลังพยายามยุติระบบเศรษฐกิจที่เน้นพึ่งพาการลงทุนบนสินเชื่อราคาถูก
“รัฐบาลจะปรับใช้นโยบายต่างๆ ที่หลากหลาย บนพื้นฐานของสถานการณ์ที่แตกต่างกันไปในภาคอุตสาหกรรมที่มีปัญหาการผลิตส่วนเกินล้นมากเกินไป” แถลงการณ์ดังกล่าว ระบุ
ท่าทีของจีนมีขึ้นในวันเดียวกับที่บริษัท หรงเฉิง เฮฟวี อินดัสทรีส์ กรุ๊ป บริษัทต่อเรือเอกชนรายใหญ่ที่สุดในจีน ออกมาร้องขอความช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐบาลและบรรดาผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หลังจากที่บริษัทต้องลดจำนวนพนักงาน และเลื่อนการชำระเงินให้ซัพพลายเออร์ไปแล้วหลายราย ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์ระบุว่า หรงเฉิงคือตัวอย่างของปัญหาในภาคการผลิตจีน ที่มีการผลิตส่วนเกินล้นมากเกินไป ท่ามกลางยอดสั่งซื้อที่ลดลงทั่วโลก







