
คนงานจีนจับเจ้านายสหรัฐเป็นตัวประกัน
ลูกจ้างในจีนลุกฮือจับผู้บริหารบริษัทสัญชาติสหรัฐไว้เป็นตัวประกัน กดดันให้ขึ้นจ่ายค่าแรง
ลูกจ้างในจีนลุกฮือจับผู้บริหารบริษัทสัญชาติสหรัฐไว้เป็นตัวประกัน กดดันให้ขึ้นจ่ายค่าแรง
เอพีรายงานว่า ลูกจ้างโรงงานผลิตอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์แห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง ลุกฮือขึ้นมาจับผู้บริหารของโรงงาน ซึ่งเป็นชาวสหรัฐไว้เป็นตัวประกัน เนื่องจากโกรธที่นายจ้างไม่ยอมจ่ายเงินเดือนให้ 2 เดือนแล้ว
ด้านผู้บริหาร ชิพ สตาร์เนส ของบริษัทสเปเชียลตี้ เมดิคัล ซัพพลายส์ ซึ่งถูกควบคุมตัวไว้เป็นวันที่ 5 ภายในโรงงานของตนเองซึ่งตั้งอยู่บริเวณชานเมืองทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงปักกิ่ง ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดผ่านรั้วกั้นทางหน้าต่างของสำนักงานของตน
ทั้งนี้ คนงานประมาณ 100 คนได้ลุกขึ้นมาเรียกร้องให้มีการจ่ายเงินเดือน พร้อมด้วยเงินชดเชยในปริมาณเดียวกันกับแรงงาน 30 คนจากแผนกพลาสติกที่โดนให้ออกก่อนหน้า หลังมีข่าวลือว่า โรงงานกำลังจะปิดตัวลง ทั้งๆ ที่ สตาร์เนส ผู้บริหารชาวสหรัฐซึ่งกลายเป็นตัวประกันเป็นวันที่ 5 แล้วยืนยันหนักแน่นว่า บริษัทไม่มีนโยบายขับไล่ใครออกจากงาน
ความขัดแย้งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างครั้งนี้ ยังสะท้อนให้เห็นความตึงเครียดในตลาดแรงงานของจีน โดยขณะที่นายจ้างวิตกเรื่องต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มสูงขึ้น บรรดาลูกจ้างกำลังเผชิญกับความวิตกต่อสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวลงจนมีแนวโน้มจะกระเทือนต่ออนาคตหน้าที่การงานของตนเอง
บรรยากาศภายในอาคารโรงงานหลังหนึ่ง ลูกจ้างหญิงประมาณ 30 คน เรียงแถวคล้องแขนด้านหน้าห้องทำงานของสตาร์เนส โดยเกาผิง หนึ่งในลูกจ้างกล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่าต้องการลาออกจากงานนี้ เพราะไม่ได้รับเงินเดือนเป็นเวลา 2 เดือนแล้ว
ขณะที่ ชูหลี่ซิง ตัวแทนสหภาพแรงงานที่เจรจากับสตาร์เนสกล่าวว่า แรงงานต้องการให้มีการจ่ายเงินเดือนและค่าชดเชยในระดับที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการออกจากงาน พร้อมระบุว่า คนงานส่วนใหญ่เชื่อว่า โรงงานกำลังปิดตัวเนื่องจากผลประกอบการไม่ดี และสตาร์เนสกำลังจะหอบเงินชดเชยของลูกจ้างหนีไป
ด้านสตาร์เนสโต้ว่า โรงงานยังคงดำเนินการได้ และปฎิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าไม่มีการจ่ายเงินเดือน รวมถึงเปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา แรงงานประมาณ 80 คน ได้ปิดทางเข้าออกทุกทิศทางรอบสำนักงานของตน และพยายามไม่ให้ตนเองได้พักผ่อนหรือนอนหลับด้วยการเปิดไฟสว่างจ้าส่องสำนักงานของตน ขณะที่บางกลุ่มเคาะกระจกออฟฟิศตลอด
นอกจากนี้ สตาร์เนสยังอธิบายว่า โรงงานยังไม่ได้ปิดตัวแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องลดขนาดการผลิต และยกเลิกบางส่วนบางแผนก เพราะมีแผนที่จะย้ายแผนกนั้นๆ ซึ่งรวมถึง แผนกพลาสติก ที่มีการไล่คนงานออกไป 30 คนก่อนหน้านี้ ไปอยู่ที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดียแทน
เควิน โจนส์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายการว่าจ้างแรงงานในจีนให้กับบริษัทสหรัฐ เปิดเผยว่า ก่อนหน้าที่สตาร์เนสจะเดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง บริษทได้แนะนำให้สตาร์เนสปล่อยให้ผู้จัดการท้องถิ่นจัดการเรื่องการยุบแผนกและปลดคนงานออกเอง แต่สตาร์เนสต้องการอธิบายให้คนงานทั้งหมดเข้าใจด้วยตนเอง รวมถึงการยื่นเรื่องแจ้งล่วงหน้าที่จะปลดคนงานเพิ่มเติมอีก 41 คน พร้อมด้วยการอธิบายเงื่อนไขชดเชย







