
เมืองเบียร์โวยยุโรปห้ามบินเกินกว่าเหตุ
นำเครื่องขึ้นบินทดสอบไม่พบอันตรายหรือรอยขีดข่วนโวยอย่าเชื่อข้อมูลคอมพิวเตอร์มาก
โพสต์ทูเดย์
— สายการบินในเยอรมนีโวย คำสั่งห้ามบินเพราะเถ้าภูเขาไฟทำเกินกว่าเหตุ หลังนำเครื่องขึ้นทดสอบไม่พบร่องรอยเสียหายแต่อย่างใดสายการบินเมืองเบียร์ตั้งข้อสงสัย การตัดสินใจปิดน่านฟ้าทั่วยุโรปจนส่งผลกระทบต่อการบินอย่างรุนแรง อันเป็นผลมาจากที่กลุ่มเถ้าฝุ่นจากการระเบิดของภูเขาไฟในไอซ์แลนด์นั้น อาจจะเป็นการตัดสินใจที่เกินกว่าเหตุ หลังจากที่ได้นำเครื่องเปล่าขึ้นบินทดสอบไม่พบสัญญาณว่าฝุ่นขี้เถ้าเหล่านั้นจะสร้างความเสียหายขึ้นแต่อย่างใด
“
การตัดสินใจปิดน่านฟ้าเกิดขึ้นแต่เพียงฝ่ายเดียวจากข้อมูลของระบบจำลองคอมพิวเตอร์ของศูนย์ที่ปรึกษาด้านเถ้าถ่านภูเขาไฟในกรุงลอนดอน ซึ่งไม่มีแม้กระทั่งการส่งบอลลูนตรวจอากาศขึ้นไปเพื่อวัดระดับของเถ้าถ่านเหล่านั้นในอากาศเลย” โจอาชิม ฮูโนลด์ ประธานบริหารของสายการบินแอร์เบอร์ลิน กล่าวเช่นเดียวกันกับทางด้าน เคลาส์ วอลเตอร์ โฆษกสายการบินลุฟต์ฮันซาของเยอรมนี ได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสารบิลด์ ระบุว่า การสั่งห้ามทำการบินนั้นเป็นคำสั่งที่มาจากการประเมินโดยเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น และทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจครั้งใหญ่
“
ในอนาคตเราขอร้องให้ใช้มาตรการที่เชื่อถือได้มากกว่านี้ก่อนที่จะมีคำสั่งห้ามบิน”ทั้งนี้ สายการบินลุฟต์ฮันซาได้ทดลองนำเครื่องขึ้นบินโดยไม่มีผู้โดยสารในเส้นทางบินระหว่างนครแฟรงก์เฟิร์ตไปยังนครมิวนิก ซึ่งทางสายการบินระบุว่าไม่ใช่การทดสอบอย่างเต็มระบบแต่เป็นการขึ้นบินเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่สถานการณ์จะกลับมาสู่ภาวะปกติเท่านั้น
วอฟกัง เวเบอร์ โฆษกของลุฟต์ฮันซา กล่าวว่า หลังจากทำการบินนั้น ได้นำเครื่องบินมาตรวจสอบ และพบว่าไม่มีร่องรอยของความเสียหายแต่อย่างใด แม้กระทั่งรอยเสียดสี หรือรอยขูดบางๆ ที่กระจกของห้องนักบิน ที่ลำตัวเครื่อง หรือที่เครื่องยนต์ก็ไม่พบรอยแต่อย่างใดด้วย
ในการบินครั้งนี้เครื่องบินได้ใช้เพดานบินระหว่าง 3,0008,000 เมตร ซึ่งเป็นระดับที่เถ้าภูเขาไฟลอยคละคลุ้งอยู่ และเมื่อไต่ขึ้นไปที่ระดับสูงเกินกว่านั้น ก็ไม่พบกลุ่มเถ้าฝุ่นภูเขาไฟแต่อย่างใดด้วย
ทั้งนี้ ลุฟต์ฮันซาได้ยกเลิกเที่ยวบินเกือบจะทุกเที่ยวบินแล้ว ขณะที่สนามบินทั่วประเทศ 16 แห่ง ก็ถูกสั่งปิดรวมไปถึงสนามบินแฟรงก์เฟิร์ต ซึ่งเป็นฮับการบินที่คับคั่งที่สุดของภาคพื้นยุโรปด้วย







