
เศรษฐกิจสหรัฐส่งสัญญาณบวก
เศรษฐกิจสหรัฐส่งสัญญาณบวก หลังเลขซื้อขายบ้านและสินค้าคงทนปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในเดือนพฤษภาคม
เศรษฐกิจสหรัฐส่งสัญญาณบวก หลังเลขซื้อขายบ้านและสินค้าคงทนปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในเดือนพฤษภาคม
กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐเปิดเผยตัวเลขคำสั่งซื้อสินค้าคงทนภายในประเทศ รวมถึง ยอดขายบ้านใหม่ประจำเดือนพฤษภาคมที่พบว่ามีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นแนวโน้มการเติบโตของสหรัฐ
รายงานระบุว่า ตัวเลขคำสั่งซื้อสินค้าคงทนจากโรงงานผลิตในสหรัฐ เช่น เครื่องบิน และเครื่องจักร ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้มาอยู่ที่ 3.6% ขณะที่ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์โดยรอยเตอร์ก่อนหน้านี้คาดการณ์ไว้ว่าตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเพียง 3.0% โดยคำสั่งซื้อสินค้าคงทนที่ไม่รวมสินค้าเพื่อการคมนาคมขนส่งเพิ่มขึ้น 0.7%
ขณะเดียวกัน เมื่อวัดแผนการใช้จ่ายของบรรดาบริษัทธุรกิจต่างๆ ผลปรากฎว่า บริษัทส่วนใหญ่ในสหรัฐมีแผนที่จะใช้จ่ายลงทุนเพิ่มเติมมากขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 แล้ว โดย คำสั่งซื้อสินค้าในกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกับด้านทหารและความมั่นคง ยกเว้น เครื่องบิน ซึ่งเป็นปัจจัยที่นิยมใช้เป็นตัวสะท้อนให้เห็นแผนการใช้จ่ายของภาคธุรกิจปรับเพิ่มขึ้น 1.1%
มิลาน มัลเรน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากทีดี ซิเคียวริตี้ในนิวยอร์กระบุว่า การเพิ่มขึ้นของตัวเลขดังกล่าวช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น
วันเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้เปิดเผยตัวเลขการขายบ้านใหม่ประจำเดือนพฤษภาคที่เพิ่มขึ้น 2.1% หรือคิดเป็นการเพิ่มในอัตรารายปีที่ 476,000 หลัง ซึ่งนับเป็นอัตราที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2551 และเป็นยอดขายบ้านที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน
ขณะที่ค่าเฉลี่ยของราคาบ้านที่ขายในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 263,900 เหรียญสหรัฐ ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยแม้ยอดขายบ้านใหม่จะยังอยู่ต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยรายปีที่ 700,000 หลัง ซึ่งเป็นระดับที่นักเศรษฐศาสตร์ยอมรับว่าแสดงให้เห็นภาคเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง แต่ตัวเลขข้างต้นก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 29%
นอกจากนี้ แนวโน้มทางบวกของยอดขายบ้านใหม่ ซึ่งช่วยสะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวทางบวกของเศรษฐกิจสหรัฐยังได้รับการยืนยันจากรายงานดัชนีราคาบ้านเอสแอนด์พี 500/เคส ชิลเลอร์ ที่ครอบคลุงราคาบ้านใน 20 เมืองหลักของสหรัฐที่พบว่ามีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.7% จากเดือนเม.ย. ก่อนหน้า ขณะที่ ราคาขายบ้านใน 20 เมืองดังกล่าวยังปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.1% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งนับเป็นระดับการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2549
ตัวเลขข้างต้น ส่งผลให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าน่าจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจและผู้บริโภคในสหรัฐมากขึ้น รวมถึงเพิ่มความมั่นใจให้กับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการเดินหน้าชะลอการใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) ต่อไป







