
ศาลจำคุกแบร์ลุสโคนี7ปีคดีพรากผู้เยาว์
ศาลสั่งจำคุกอดีตผู้นำแดนมะกะโรนี7ปีคดีพรากผู้เยาว์และให้ยุติบทบาททางการเมืองฐานใช้อำนาจมิชอบ
ศาลสั่งจำคุกอดีตผู้นำแดนมะกะโรนี7ปีคดีพรากผู้เยาว์และให้ยุติบทบาททางการเมืองฐานใช้อำนาจมิชอบ
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ว่า ศาลชั้นต้นเมืองมิลาน ในอิตาลี ได้มีคำพิพากษาตัดสินจำคุก ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี อดีตนายกรัฐมนตรีอิตาลี เป็นเวลา 7 ปี โทษฐานมีเพศสัมพันธ์กับเด็กสาวที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และสั่งให้อดีตผู้นำอิตาลี ยุติบทบาททางการเมือง และงานกิจการสาธารณะอีกด้วย
พร้อมกันนี้ ศาล ยังได้พิพากษาอีกว่า แบร์ลุสโคนี ยังมีความผิดฐานใช้อำนาจในขณะดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศไปในทางประพฤติมิชอบ เนื่องจากพบว่าได้ใช้อำนาจช่วยเหลือ คาลิมา เอล มาฮรอค เด็กสาว ที่ถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์ลับกับอดีตผู้นำอิตาลีให้ออกจากห้องขังในสถานีตำรวจแห่งหนึ่งทั้งๆที่พบว่าหญิงสาวรายดังกล่าวถูกจับกุมในข้อหาลักทรัพย์
อย่างไรก็ตาม แม้ศาลจะมีคำพิพากษาดังกล่าวออกมาแล้ว แต่แบร์ลุสโคนี ก็ยังคงไม่ถูกคุมขัง เนื่องจากเจ้าตัวได้ยื่นคำร้องขออุธรณ์คำพิพากษาในคดีดังกล่าว ซึ่งตามกฎหมายของแดนมะกะโรนีได้ให้สิทธิในการละเว้นจากการถูกควบคุมตัวได้ตราบเท่าที่จำเลยยังอยู่ในขั้นตอนการต่อสู้คดีในชั้นอุธรณ์
นอกจากนี้ แม้ว่า แบร์ลุสโคนี ในวัย 76 ปี จะถูกตัดสินให้มีความผิดจริงในชั้นศาลอุธรณ์ แต่ก็อาจจะไม่ต้องรับโทษ เนื่องจากกฎหมายในอิตาลีได้เปิดช่องการละเว้นการลงโทษจำคุกสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป
"ผมขอคัดค้านกับการตัดสินของศาล เพราะผมคือผู้บริสุทธิ์" แบร์ลุสโคนี กล่าวภายหลังจากฟังคำตัดสินของศาล
ส่วนทางด้าน คาลิมา เอล มาฮรอค เด็กสาว ที่ถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์ลับกับอดีตผู้นำอิตาลีเมื่อปี 2010 โดยในขณะนั้นมีอายุเพียง 17 ปี (กฎหมายอิตาลีกำหนดให้ 18 ปีถือเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ)ในระหว่างงานเลี้ยงในที่พักส่วนตัว ก็ได้ออกมาปฏิเสธกับข้อกล่าวหาดังกล่าว ว่า
ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับแบร์ลุสโคนีต่อศาลด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ การตัดสินคดีอื้อฉาวดังกล่าวของศาลชั้นต้นในอิตาลี ถือเป็นบทสรุปฉากแรก ของการต่อสู้คดีในข้อหาการมีเพศสัมพันธ์กับเด็กสาวที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของ แบร์ลุสโคนี ที่ดำเนินยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปี และกลายเป็นข่าวอื้อฉาวไปทั่วโลก
นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมา อดีตนายกรัฐมนตรีจอมอื้อฉาวผู้นี้ ก็มักจะต้องพัวพันกับการต้องขึ้นโรงขึ้นศาลอยู่บ่อยครั้ง โดยล่าสุดในเดือน ต.ค.ปี 2012 ก็ได้ถูกศาลตัดสินจำคุก 4 ปี ในข้อหาหลบเลี่ยงภาษี ซึ่งปัจจุบันคดีอยู่ในชั้นศาลอุธรณ์







