
แซมบา2แสนลุกฮือต้านรัฐทำงานห่วย
บราซิลลุกฮือต้านรัฐบาลทั่วประเทศทำงานสุดห่วย คอร์รัปชัน ใช้ความรุนแรง
บราซิลลุกฮือต้านรัฐบาลทั่วประเทศทำงานสุดห่วย คอร์รัปชัน ใช้ความรุนแรง
กลุ่มผู้ประท้วงชาวบราซิลมากกว่า 2 แสนคนทั่วประเทศรวมตัวกันประท้วงในหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ หลังจากไม่พอใจการบริการสาธารณะของประเทศที่ย่ำแย่ การใช้ความรุนแรงของตำรวจและการคอร์รัปชันของรัฐบาล
การประท้วงในครั้งนี้เป็นการประท้วงที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปีของบราซิล และเกิดจากการรวมตัวกันบนโซเชียลมีเดีย โดยผู้ประท้วงได้รวมตัวประท้วงโดยการปิดถนนตามเมืองต่างๆ รวมไปถึงรีโอเดจาเนโร เซาเปาโล เบโลโฮรีซอนเต และบราซีเลีย
แม้การประท้วงส่วนใหญ่เป็นไปอย่างสงบ โดยกลุ่มผู้ประท้วงได้โบกธงชาติ เต้น และตะโกนไปทั่ว เช่น “ประชาชนได้ตื่นแล้ว” หรือ “ขอโทษในความไม่สะดวก บราซิลกำลังจะเปลี่ยน” แต่ก็มีผู้ประท้วงบางกลุ่มที่ขว้างก้อนหินใส่ตำรวจ จุดไฟเผารถยนต์ และมีกลุ่มผู้ก่อความวุ่นวายทำลายอาคารในเมืองตอนใต้ของพอร์โต อัลเลเกร
หนังสือพิมพ์โอโกลโบของบราซิล รายงานอ้างคำพูดจากเจ้าหน้าที่ในรีโอเดจาเนโร ระบุว่า มีเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 20 คน และผู้ประท้วง 10 คน ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะระหว่างตำรวจและผู้ประท้วง
ทั้งนี้ การประท้วงที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เป็นช่วงเดียวกับการจัดการแข่งขันฟุตบอล คอนเฟเดอเรชันส์คัพ ซึ่งรัฐบาลบราซิลคาดหวังว่าการเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้จะแสดงศักยภาพของบราซิลว่ากำลังจะมีบทบาทในสังคมโลก
ทว่า รัฐบาลได้นำเงินภาษีของประชาชนหลายพันล้านเหรียญสหรัฐไปลงทุนสร้างสนามกีฬาและเตรียมตัวให้พร้อมกับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในปีหน้า และเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 2559 ซึ่งสวนทางกับบริการสาธารณะของประเทศที่ย่ำแย่ จึงทำให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจขึ้น
“เป็นเวลาหลายปีที่รัฐบาลคอร์รัปชัน ประชาชนกำลังประท้วงเพื่อต่อต้านระบบดังกล่าว นอกจากนี้รัฐบาลยังใช้เงินหลายพันล้านเหรียญสหรัฐไปกับการสร้างสนามฟุตบอล ทว่าไม่มีการลงทุนในเรื่องการศึกษาและสุขภาพ” ราเซียลา คาคาดอร์ พนักงานขายหญิงวัย 28 ปี ที่เดินประท้วงในเซาเปาโล กล่าว
อย่างไรก็ตาม การสำรวจล่าสุดพบว่าประธานาธิบดี ดิลมา รุสเซฟฟ์ แห่งบราซิล ยังมีความนิยมอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในกลุ่มคนจนและกลุ่มคนทำงาน







