posttoday
จับสัญญาณอันตรายคิวอีสะท้านตลาดทุน

จับสัญญาณอันตรายคิวอีสะท้านตลาดทุน

16 มิถุนายน 2556

22 พ.ค. 2556 เบน เบอร์แนนคี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นให้การต่อคณะกรรมาธิการด้านการเงินแห่งสภาคองเกรส

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ


22 พ.ค. 2556 เบน เบอร์แนนคี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นให้การต่อคณะกรรมาธิการด้านการเงินแห่งสภาคองเกรส กล่าวชัดว่า “เฟดอาจจะพิจารณาลดวงเงินโครงการซื้อคืนพันธบัตร (คิวอี 3) ลง ถ้าหากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐอยู่ในระดับที่น่าพอใจ” ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ของตลาดหุ้นวอลสตรีตตอบสนองในทางลบทันที และปิดตลาดลบกว่า 0.50%

นั่นถือเป็นครั้งแรกที่หัวเรือใหญ่ของเฟดได้ส่งสัญญาณชัดเจนถึงความเป็นไปได้ของการลดวงเงินในโครงการคิวอีระลอกที่ 3 ที่เฟดเข้าซื้อคืนพันธบัตรรายเดือน เดือนละ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ อันถือเป็นหัวใจที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจและตลาดทุนสหรัฐในทุกวันนี้

การส่งสัญญาณจาก เบอร์แนนคี ในวันนั้น ยังกระทบต่อตลาดหุ้นเอเชียต้องดิ่งเหวตามกันไป ตลาดหุ้นไทยดิ่งลง 1.40% นิกเกอิของญี่ปุ่นพบกับวันเลวร้ายที่สุดยวบลงไป 7.32% แต่เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นยังยืนกรานว่า เป็นเพียงการเทขายทำกำไรของนักลงทุนหลังจากตลาดปรับขึ้นมาเกินตัวในระยะก่อนหน้า

11 มิ.ย. 2556 ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ไม่ประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ เพิ่มเติม นักลงทุนผิดหวังพากันเทขายอีกระลอก นิกเกอิร่วงไป 1.45% และดิ่งลงอีก 6.30% เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.

และในวันที่ 18 มิ.ย. 2556 จะเป็นอีกวันสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตาการประชุมนโยบายของเฟดว่าจะส่งสัญญาณถึงนโยบายคิวอี 3 ว่าจะลด หรือไม่ลด?

การดิ่งเหวของตลาดทุนโลกตั้งแต่ เบอร์แนนคี ส่งสัญญาณชะลอคิวอีนั้น ได้ส่งแรงสั่นสะเทือนระดับ 9 ริกเตอร์ไปยังตลาดทุนโลก และสะท้อนชัดเจนว่าตลาดทุนโลกกำลัง “เสพติด” คิวอีมากเกินไปแล้ว

การลดชะลอโครงการคิวอีของเฟดจึงเท่ากับเป็นการขวางท่อน้ำเลี้ยงของกระแสทุนที่ไหลไปยังตลาดทั่วโลกในช่วง 4 ปีที่ผ่านมานี้ นับตั้งแต่เฟดเริ่มใช้คิวอีครั้งแรกในช่วงปลายปี 2008 ดังนั้นตลาดทุนโลกจึงตอบสนองในทางลบเมื่อมีสัญญาณว่าเฟดอาจลดอัดฉีดลง

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากความกังวลยังทำให้เกิดสภาวะของความ “ไม่แน่ใจ” ในสถานการณ์ของนักลงทุนตะวันตกและต่างพากันถอนทุนออกจากตลาดเกิดใหม่อย่างรวดเร็ว

ในเวลาเพียง 2 วัน ระหว่างวันที่ 1112 มิ.ย.ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นในตลาดอินเดียทิ้งรวม 319 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมากที่สุดตั้งแต่ปลายปี 2011 ทำให้ค่าเงินรูปีดิ่งแตะระดับต่ำสุดในประวัติการณ์

ทุนต่างชาติยังไหลออกอย่างต่อเนื่องจากตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และไทย เฉพาะในช่วงเดือนนี้รวมกันมากถึง 2,700 ล้านเหรียญสหรัฐเข้าไปแล้ว

ขณะที่ค่าเงินรูเปียห์ (อินโดนีเซีย) เปโซ (ฟิลิปปินส์) และเงินบาทของไทย อ่อนยวบถ้วนหน้า จนถึงทำให้ธนาคารกลางอินโดนีเซียประกาศขึ้นดอกเบี้ยไปแตะ 6% เพื่อรักษาเสถียรภาพของรูเปียห์เอาไว้

กระนั้นก็ตาม การที่เฟดจะลดหรือ “ไม่ลด” คิวอี 3 นั้น ยังถือเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันรายวัน เช่นเดียวกับคำถามที่ว่า “เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวอย่างน่าพอใจแล้วหรือยัง?”

ถ้าหากพิจารณาดัชนีทางเศรษฐกิจสหรัฐอาจจะเห็นว่า “ดูดี” ขึ้นทั้งตัวเลขขายบ้าน เชื่อมั่นผู้บริโภค ตัวเลขว่างงานที่ลดลงจาก 10% ในปี 2009 มาที่ 7.50% ในเดือน เม.ย.

ตัวเลขเหล่านั้นน่าจะทำให้เฟดพอใจแล้ว กระนั้นก็ตาม เหล่าผู้กำหนดนโยบายของเฟดก็ยังมีความเห็นแตกต่างเป็นสองฝั่ง โดยฝ่ายสนับสนุนให้ชะลอ เพราะต้องการให้ตลาดทุนเลิกเสพติดการพึ่งพาผลประโยชน์จากคิวอี

ขณะที่อีกฝ่ายอย่าง เจมส์ บัลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์ หลุยส์ กลับเห็นว่าการกระตุ้นเป็นเรื่องจำเป็น อีกทั้งระดับเงินเฟ้อในสหรัฐยังต่ำ ซึ่งทำให้เฟดยังมี “พื้นที่เหลือ” อีกมากสำหรับคิวอี

นอกจากนี้ แม้ดัชนีทางเศรษฐกิจสหรัฐจะดูดีขึ้น ทว่าอาจจะไม่ดีพอเทียบเท่าในช่วงก่อนเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในช่วงปลายปี 2008

ตัวเลขว่างงานที่ลดลงมาอยู่ที่ 7.50% ไม่ได้หมายความว่าคนสหรัฐกลับมีงานทำเหมือนแต่ก่อน แต่เป็นเพราะมีแรงงานจำนวนมากที่ออกจากระบบจ้างงานไป ประกอบกับการจ้างงานที่เกิดขึ้นในช่วงระยะหลังวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์นั้นก็เป็นตำแหน่งงานชั่วคราว ไม่ใช่ตำแหน่งงานประจำ

กระนั้น ในที่สุดแล้ว ก็จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเหล่าผู้กำหนดนโยบายของเฟดเองว่าจะใช้มาตรวัดใดเป็นเกณฑ์พิจารณาว่าเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวขึ้นในระดับที่ “น่าพอใจ” จนถึงกับยอมลดวงเงินคิวอีจริงๆ

ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ โลกอาจจะได้รู้กัน...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท