posttoday
อย่าตกใจ

อย่าตกใจ

13 มิถุนายน 2556

กลายเป็นข่าวร้ายที่สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก เมื่อ “จีน” รายงานดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจออกมาย่ำแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะการส่งออกเดือน พ.ค. โตขึ้นเพียง 1% ทั้งที่ตัวเลขนี้เพิ่งดีดตัวสูงถึง 14.70% ในเดือนก่อนหน้า และฉุดให้การค้าในภาพรวมโตขึ้นเพียง 0.40% เท่านั้น ทำให้นักเศรษฐศาสตร์บางสำนักเชื่อว่าเป็นการตกต่ำครั้งใหญ่ของจีน นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ภาคการเงินเอเชียเมื่อปี 25402541

กลายเป็นข่าวร้ายที่สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก เมื่อ “จีน” รายงานดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจออกมาย่ำแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะการส่งออกเดือน พ.ค. โตขึ้นเพียง 1% ทั้งที่ตัวเลขนี้เพิ่งดีดตัวสูงถึง 14.70% ในเดือนก่อนหน้า และฉุดให้การค้าในภาพรวมโตขึ้นเพียง 0.40% เท่านั้น ทำให้นักเศรษฐศาสตร์บางสำนักเชื่อว่าเป็นการตกต่ำครั้งใหญ่ของจีน นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ภาคการเงินเอเชียเมื่อปี 25402541

อย่างไรก็ตาม หากเข้าใจถึงทิศทางใหม่ของกลุ่มผู้นำรุ่นที่ 5 ของจีนภายใต้การนำของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ก็จะพบว่าข่าวร้ายเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นตระหนก แต่เป็นสิ่งที่จีนคาดการณ์ไว้ว่าจะต้องเผชิญอยู่แล้ว

ประการแรกนั้น จีนเคยประกาศไว้ว่าจะให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน มากกว่าการเติบโตอย่างหวือหวาเหมือนที่ผ่านมา เพราะจีนจะปรับโมเดลทางเศรษฐกิจจากที่พึ่งพาการส่งออก ไปเป็นการพึ่งพาแรงบริโภคภายในประเทศแทน เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะผันผวนทางเศรษฐกิจโลก

นอกจากนี้ ตัวเลขการส่งออกที่ลดลงฮวบฮาบยังเป็นเพราะรัฐบาลเอาจริงหันมาปราบปรามบริษัทส่งออกที่ตบแต่งตัวเลข เพื่อให้ข้อมูลจากจีนมีความน่าเชื่อถือบนเวทีโลกมากขึ้น และรัฐบาลจีนยังปล่อยให้ระบบเศรษฐกิจดำเนินไปตามกลไกตลาดมากขึ้นด้วย

ทิศทางนโยบายใหม่ที่เน้นการปฏิรูปเศรษฐกิจ ลดพึ่งพาการส่งออก และพยายามขยายชุมชนเมืองเพื่อกระจายรายได้ในประเทศนั้น จึงถือเป็นการวางรากฐานเพื่อประเทศในระยะยาว ซึ่งการเลือกที่จะไม่อัดฉีดทางการเงินและการคลังระยะสั้น ก็จะทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจของจีนขยายตัวได้อย่างช้าๆ ไม่หวือหวากระชากใจเหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไป

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง