
‘เออีซี 2015’ ไม่เสรีทั้งหมด
แม้ว่ากระแสการก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2015 หรือเรียกกันติดปากว่า “เออีซี” จะเป็นที่ตื่นตัว และรับรู้ในสังคมกันมากขึ้น แต่ต้องยอมรับตามตรงว่าความเข้าใจที่ถูกต้องนั้นยังคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงอยู่มากเลยทีเดียว เนื่องจากคนจำนวนมากเข้าใจกันไปเองว่าการเข้าสู่เออีซี หมายถึงตลาดการค้าเสรีแบบ 100% เต็มที่ใครจะไปค้าขาย ไปลงทุน หรือไปทำงานที่ไหนก็ได้ใน 10 ประเทศ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้น
แม้ว่ากระแสการก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2015 หรือเรียกกันติดปากว่า “เออีซี” จะเป็นที่ตื่นตัว และรับรู้ในสังคมกันมากขึ้น แต่ต้องยอมรับตามตรงว่าความเข้าใจที่ถูกต้องนั้นยังคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงอยู่มากเลยทีเดียว เนื่องจากคนจำนวนมากเข้าใจกันไปเองว่าการเข้าสู่เออีซี หมายถึงตลาดการค้าเสรีแบบ 100% เต็มที่ใครจะไปค้าขาย ไปลงทุน หรือไปทำงานที่ไหนก็ได้ใน 10 ประเทศ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้น
เพราะว่าการเป็นเออีซียังมีข้อจำกัดหลายประการที่ยังไม่เสรีอยู่ เนื่องจากแม้ว่าทั้ง 10 ประเทศจะมีการนำข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เพื่อทลายภาษีนำเข้ามาตั้งแต่ปี 2010 แล้ว แต่ก็ยังคงพบว่าบางประเทศมีการขอขึ้นทะเบียนสินค้าอ่อนไหวเอาไว้ที่ทำให้ยังคงต้องเก็บภาษีนำเข้าอยู่ เช่น ข้าว น้ำตาล
ขณะเดียวกัน อีก 4 ประเทศในเออีซี เช่น ลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม ที่มีการพัฒนาน้อยกว่าก็ยังคงได้รับการยกเว้นในเรื่องการยกเลิกภาษีนำเข้า และการเป็นตลาดการค้าเสรีไปจนถึงปี 2018 ดังนั้น ในปี 2015 สี่ประเทศนี้ก็ยังคงมีการเก็บภาษีนำเข้าอยู่ ซึ่งทำให้การค้าเสรี 10 ประเทศจะยังไม่เกิดขึ้นแบบ 100% เต็ม
นอกจากนี้ เออีซีก็เปิดเสรีเฉพาะใน ด้านแรงงานก็เปิดเสรีใน 8 สาขาวิชาชีพ เช่น แพทย์ พยาบาล วิศวกร ทันตแพทย์ นักสำรวจ นักบัญชี สถาปนิก ไกด์นำเที่ยว เท่านั้น และในขณะเดียวกันก็ใช่ว่าเปิดเสรีแล้วก็จะไปทำงานได้เลยทันที เพราะบุคคลนั้นจะต้องสอบใบอนุญาตการประกอบอาชีพ และผ่านข้อกำหนดพื้นฐานของประเทศที่จะเข้าไปทำงานด้วย ซึ่งหนึ่งในข้อจำกัดสำคัญคือเรื่องของภาษา เช่น ไปทำงานที่อินโดนีเซียต้องพูดภาษาบาฮาซาอินโดได้







