posttoday
"อาเบะโมนิกส์"ไม่ออกผลเอกชนยังไม่กล้าลงทุนเพิ่ม

"อาเบะโมนิกส์"ไม่ออกผลเอกชนยังไม่กล้าลงทุนเพิ่ม

05 มิถุนายน 2556

นโยบายอัดฉีดของญี่ปุ่นยังไม่กระตุ้นเศรษฐกิจที่แท้จริง ตลาดหุ้นฟื้นแต่เอกชนยังเมินลงทุนเพิ่ม ขอรอดูยุทธศาสตร์การเติบโตระยะยาวก่อน

นโยบายอัดฉีดของญี่ปุ่นยังไม่กระตุ้นเศรษฐกิจที่แท้จริง ตลาดหุ้นฟื้นแต่เอกชนยังเมินลงทุนเพิ่ม ขอรอดูยุทธศาสตร์การเติบโตระยะยาวก่อน

บลูมเบิร์กรายงานว่า แม้นโยบายอัดฉีดทางการเงินและการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ของญี่ปุ่น หรืออาเบะโนมิกส์ จะช่วยให้ตลาดหุ้นเติบโตขึ้นถึง 31% ในปีนี้ ทว่านโยบายดังกล่าวกลับยังไม่ประสบความสำเร็จในการดึงดูดให้ภาคเอกชนหันมาลงทุนในโรงงานและเครื่องจักร เพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ

รายงานอ้างการเปิดเผยจากกระทรวงการคลังญี่ปุ่นว่า ตัวเลขการใช้จ่ายของภาคเอกชนในไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งไม่รวมการลงทุนในซอฟต์แวร์ ปรับตัวลง 5.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การใช้จ่ายของกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ซึ่งมีทุนจดทะเบียนมากกว่า 1,000 ล้านเยนขึ้นไป ก็ลดลงเช่นกัน 4.9% ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่ลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิถล่มเมื่อเดือน มี.ค. 2554 นอกจากนี้การใช้จ่ายของภาคธุรกิจขนาดเล็กซึ่งมีสัดส่วน 1 ใน 5 ของบริษัทเอกชนทั้งหมดก็ยังปรับตัวลดลงเช่นกัน

ภายหลังธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ใช้มาตรการอัดฉีดทางการเงินเพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์ในวงเงินมหาศาล ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นก็อ่อนค่าร่วงลงไปแล้ว 17% นับตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค. ส่งผลให้บริษัทในภาคการส่งออกมีผลกำไรเพิ่มขึ้นกันถ้วนหน้า ทว่าบริษัทเอกชนในภาพรวมกลับยังไม่กล้าลงทุนเพิ่ม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณกระตุ้นให้รัฐบาลนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ต้องดำเนินแผนปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์ต่างยืนยันว่าเป็นสิ่งจำเป็นต่อความอยู่รอดของประเทศ

“บรรดาบริษัทที่จะลงทุนเพิ่มนั้น ต่างก็ต้องการมากกว่าแค่นโยบายกระตุ้นทางการเงินและการคลัง พวกเขาต้องการการปฏิรูปเศรษฐกิจในเชิงโครงสร้างที่แท้จริง” ฮิโรชิ ชิราอิชิ นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารบีเอ็นพี พาริบาส์ สาขาโตเกียว กล่าว ขณะที่นักวิเคราะห์หลายฝ่ายระบุว่า การทำให้ภาคเอกชนหันมาลงทุนเพิ่มนั้น ถือเป็นบททดสอบสำคัญว่านโยบายอาเบะโนมิกส์เพื่อแก้ปัญหาเงินฝืดเรื้อรังจะสำเร็จหรือล้มเหลว

อย่างไรก็ตาม โคเฮ โอคาซากิ นักเศรษฐศาสตร์จากบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ ซีเคียวริตีส์ ให้ความเห็นว่า บริษัทเอกชนอาจหันมาเพิ่มการใช้จ่ายในอุปกรณ์สำนักงานและสินค้าต่างๆ มากขึ้นภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากแนวโน้มภาคการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหลายบริษัทยังอาจพิจารณาปรับเพิ่มค่าตอบแทนอีกด้วย โดยผลสำรวจของไคดันเรน ระบุว่า บริษัทส่วนใหญ่จะเพิ่มเงินโบนัสในช่วงฤดูร้อนนี้ 7.4% หรือเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมา

ทางด้านวอลสตรีต เจอร์นัล รายงานว่า ภายในสัปดาห์นี้รัฐบาลกรุงโตเกียวเตรียมประกาศจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ลูกศรดอกที่ 3 เพื่อการเติบโตในระยะยาวของญี่ปุ่น และคาดว่าแผนการดังกล่าวจะได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีในวันที่ 14 มิ.ย.นี้

รายงานระบุว่า แผนการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในหลายพื้นที่ทั่วประเทศนั้น เป็นการตอบโจทย์บรรดาธุรกิจทั้งในและต่างประเทศที่เรียกร้องถึงยุทธศาสตร์การเติบโตของญี่ปุ่นในระยะยาว นอกเหนือจากการอัดฉีดมาตรการทางการเงินและการคลังที่ผ่านมา โดยรัฐบาลจะดำเนินการในหลายด้านด้วยกัน เช่น การปรับปรุงสนามบินฮาเนดะ การให้บริการทางการแพทย์ที่ดีขึ้นสำหรับผู้บริหารต่างชาติ และการผ่อนปรนระบบการจ้างงานสำหรับนักวิจัยและพนักงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นนำ

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์