
ตลาดทุนโลกสะเทือนเฟดแง้ม"ลดคิวอี"-ภาคผลิตผลิตจีนฮวบ
หุ้น น้ำมัน ทองดิ่งทั่วโลก หลังเฟดอาจชะลอคิวอีภายในปีนี้ ด้านพีเอ็มไอจีนรูด
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
หุ้น น้ำมัน ทองดิ่งทั่วโลก หลังเฟดอาจชะลอคิวอีภายในปีนี้ ด้านพีเอ็มไอจีนรูด
ตลาดหุ้น ราคาน้ำมัน ราคาทองทั่วโลกร่วงลงระนาว หลังจาก เบน เบอร์แนนคี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงว่า นโยบายผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณ (คิวอี 3) ยังคงมีต่อไป แต่อาจมีการชะลอคิวอีลง หากเศรษฐกิจเริ่มเข้มแข็ง ทั้งนี้ต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบ ด้านภาคการผลิตจีนต่ำสุดรอบ 7 เดือน
“การตัดสินใจที่เฟดจะลดการซื้อพันธบัตรรัฐบาลจำนวน 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือนนั้น อาจจะมีความเป็นไปได้ในการประชุมครั้งต่อๆ ไป หากสภาพเศรษฐกิจมีแนวโน้มเข้มแข็ง” เบอร์แนนคี แถลงต่อสภาคองเกรส
เบอร์แนนคี กล่าวเน้นย้ำว่า ตัวเลขการว่างงานยังคงสูงและตัวเลขเงินเฟ้อยังคงต่ำกว่าที่เฟดตั้งเป้าหมายไว้ โดยตัวเลขว่างงานยังอยู่ที่ 7.5% แม้จะลดจากสถิติสูงสุดที่ 10% ในขณะที่เฟดประเมินเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเพียง 1% ในช่วง 12 เดือนของปีงบประมาณที่ผ่านมา ซึ่งยังคงต่ำกว่าเป้าหมายของเฟดที่ตั้งไว้ที่ 2% โดยมีสาเหตุมาจากราคาพลังงานที่ลดลง
ทั้งนี้ ข้อมูลทางเศรษฐกิจล่าสุดที่ได้เปิดเผยในช่วงที่ผ่านมา ระบุว่า ตลาดการจ้างงาน ยอดขายปลีก และยอดขายบ้าน ส่งสัญญาณที่เข้มแข็งมากขึ้น แต่ในภาคการผลิตยังคงลดต่ำลงต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ในรายงานการประชุมของเฟด เมื่อระหว่างวันที่ 30 เม.ย.-1 พ.ค. ได้ระบุว่า ก่อนที่เฟดจะดำเนินการชะลอมาตรการใดๆ จำเป็นต้องมีปัจจัยชี้วัดที่แน่ชัด ไม่ว่าจะเป็นตลาดแรงงานและความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจที่ดีขึ้น รวมไปถึงความเสี่ยงที่ต้องลดลงด้วย
ขณะเดียวกันทางด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ได้ประกาศอัดฉีดสภาพคล่องเข้าตลาดพันธบัตรในประเทศเพิ่มเติมถึง 2 ล้านล้านเยน (ราว 5.786 แสนล้านบาท) เพื่อกดให้อัตราดอกเบี้ยในระบบอยู่ในระดับต่ำต่อไป เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อลูกหนี้ในระบบ โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ หลังจากที่ผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 10 ปีของรัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อวานนี้ พุ่งขึ้นอย่างน่ากลัวไปอยู่ที่ 1% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบปี เนื่องจากนักลงทุนเทขายพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นมากขึ้น เพราะไม่มั่นใจในสถานะทางการคลัง
วันเดียวกันทางด้าน เอชเอสบีซี คอร์ป ได้รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ภาคการผลิตของจีนในเดือน พ.ค. พบว่าร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ 49.6 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำสุดในรอบ 7 เดือน ซึ่งสะท้อนว่าการเติบโตของเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลกยังคงเปราะบาง
“กิจกรรมด้านการผลิตที่ลดต่ำลงในเดือน พ.ค. สะท้อนถึงความต้องการในประเทศที่ลดต่ำลง และแรงปะทะจากภายนอกที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง” ฮองปิน ฉู นักเศรษฐศาสตร์ของเอชเอสบีซี กล่าว
ทั้งนี้ ตลาดทุนทั่วโลกตอบสนองต่อท่าทีจากเฟด และข่าวร้ายจากตัวเลขการผลิตจีนในทิศทางลบทันที โดยดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นปรับตัวลดลงมากที่สุด โดยปิดตลาดที่ 1,143.28 จุด หรือคิดเป็นถึง 7.32% ซึ่งเป็นการร่วงลงรายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. 2554 หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว 9.1 ริกเตอร์ และคลื่นยักษ์สึนามิ
ทางด้านตลาดหุ้นฮ่อง ดัชนีฮั่งเส็งติดลบ 2.54% ปิดที่ 22,669.68 จุด ส่วนดัชนีคอมโพสิตของตลาดเซี่ยงไฮ้ ปิดตลาดปรับตัวลดลง 1.16% ปิดที่ 2,275.64 จุด
ด้านตลาดหุ้นยุโรปก็ปรับตัวลดลง โดยดัชนีฟุตซีของอังกฤษ ลดลง 1.74% อยู่ที่ 6,720.88 จุด ด้านแด็กซ์ของเยอรมนี ลดลง 2.33% อยู่ที่ 8,332.05 จุด ซีเอซีของฝรั่งเศส ลดลง 2.2% อยู่ที่ 3,61.97 จุด
ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ปิดตลาดปรับตัวลดลง 0.52% อยู่ที่ระดับ 15,307.17 จุด ด้านเอสแอนด์พีปรับตัวลดลง 0.83% อยู่ที่ระดับ 1,655.35 จุด
ด้านราคาน้ำมันเบรนต์ ปรับตัวลงที่ 101.25 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาทองงวดส่งมอบเดือน มิ.ย. ปรับลดลง 10.20 เหรียญสหรัฐ ไปอยู่ที่ระดับ 1,367.40 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์







