
ญี่ปุ่นเผยแผนกระตุ้นใหม่
มุ่งเสริมเอกชนลงทุนเพิ่ม หนุนส่งออกเกษตรรถไฟเร็วสูง
มุ่งเสริมเอกชนลงทุนเพิ่ม หนุนส่งออกเกษตร-รถไฟเร็วสูง
อาเบะเผยแผนกระตุ้นรอบใหม่ มุ่งเอกชนเพิ่มลงทุน หนุนส่งออกสินค้าเกษตร
นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่นกล่าวแถลงยุทธศาสตร์กระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ เมื่อวันที่ 17 พ.ค. โดยมุ่งส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีการลงทุนมากขึ้น สนับสนุนให้มีการส่งออกสินค้าเกษตรเพิ่มและสินค้าประเภทโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟความเร็วสูงและระบบการผลิตไฟฟ้า
แถลงการณ์ระบุชัดว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะตั้งเป้าการลงทุนของภาคเอกชนภายในประเทศประจำปีที่ 70 ล้านล้านเยน (ราว 19.8 ล้านล้านบาท) หรือมากกว่าตัวเลขการลงทุนในปัจจุบันถึง 10% และเร่งฟื้นฟูการลงทุนในประเทศให้อยู่ในระดับเทียบเท่า หรือเหนือกว่าก่อนเกิดวิกฤตการเงินในปี 2551
แผนปฏิรูปของรัฐบาลนายกฯ อาเบะ ยังได้ครอบคลุมการส่งเสริมการส่งออก โดยมุ่งสนับสนุนอุตสาหกรรมรถไฟความเร็วสูงและระบบการผลิตไฟฟ้า ซึ่งมีแนวโน้มจะเป็นอุตสาหกรรมส่งออกตัวใหม่ของประเทศให้ได้ 30 ล้านล้านเยน ภายในปี 2563 จากระดับปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ 10 ล้านล้านเยน และให้ความช่วยเหลือในภาคอุตสาหกรรมชั้นนำหลักอย่างรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านแข่งขัน
“ผมจะเดินทางไปในทุกที่ทั่วโลก หากเวลาอำนวย เพื่อทำยอดขาย(โครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน) ให้ได้มากที่สุด” นายกรัฐมนตรีอาเบะกล่าว พร้อมเปิดเผยถึงแผนที่จะเดินทางเยือนพม่าในช่วงเดือน พ.ค.นี้
ด้านสินค้าในภาคการเกษตรของประเทศญี่ปุ่นซึ่งถือเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมือง ผู้นำญี่ปุ่นได้ให้คำมั่นที่จะช่วยเหลือเกษตรกรของประเทศในการส่งผลผลิตออกขายไปยังตลาดต่างประเทศ โดยตั้งเป้าเพิ่มยอดขายให้ได้ 2 เท่าตัว หรือที่ 1 ล้านล้านเยน ภายใน 10 ปีข้างหน้าเช่นกัน เพื่อผ่อนคลายความวิตกกังวลต่อกรณีที่รัฐบาลจะเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) ซึ่งมีสหรัฐเป็นหัวเรือใหญ่
นอกจากนี้ แผนการกระตุ้นยังมุ่งเน้นไปที่การขยายโอกาสการจ้างงานให้กลุ่มผู้หญิง พร้อมฝึกอบรมทักษะให้คนหนุ่มสาว เพื่อแก้ไขวิกฤตขาดแคลนในตลาดแรงงาน โดยรายงานระบุว่า นายกฯ อาเบะ ยังมีแผนปรับปรุงระบบประกันสุขภาพเพื่อจัดการการใช้จ่ายของภาครัฐ ตลอดจนวางแผนตั้งเขตผ่อนคลายเศรษฐกิจพิเศษ (Special Deregulation Zones)
ทั้งนี้ สำหรับรายละเอียดแผนปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจทั้งหมด ผู้นำญี่ปุ่นให้คำมั่นที่จะเปิดเผยในการประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 8 ประเทศ (จี8) ช่วงกลางเดือน มิ.ย.นี้ ในไอร์แลนด์เหนือ







