posttoday
อร่อยร้อยลิ้น (27)

อร่อยร้อยลิ้น (27)

19 พฤษภาคม 2556

สัปดาห์นี้ขอพาท่านผู้อ่านข้ามฟากจากเกาะเหนือมายังเกาะใต้ เนื่องจากผมมีโอกาส(อีกและ) ได้รับเชิญจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น ให้มาสำรวจเส้นทางเกาะคิวชู

สัปดาห์นี้ขอพาท่านผู้อ่านข้ามฟากจากเกาะเหนือมายังเกาะใต้ เนื่องจากผมมีโอกาส(อีกและ) ได้รับเชิญจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น ให้มาสำรวจเส้นทางเกาะคิวชู จังหวัดฮิโรชิมะและเกาะชิโกกุ เลยได้กลับเยือนหลายๆ เมืองอีกครั้ง แต่การมาแบบนี้ก็มีข้อจำกัด คือเขากำหนดที่เที่ยวที่กินและที่นอนไว้หมดแล้ว ที่กินส่วนใหญ่ก็จัดไว้สำหรับกรุ๊ปทัวร์เลยนำมาเขียนไม่ได้ เพราะต่ำกว่ามาตรฐานที่ผมวางไว้ ที่พักหลายแห่งก็อยู่ห่างไกลผู้คนจะออกมาซอกแซกก็ลำบากเหลือกำลัง โชคดีที่คืนวานเขาให้นอนที่โรงแรม Hakata Excel Tokyu ย่านนาคะสึ กลางเมืองฟุกุโอกะ เลยมีโอกาสไปซอกแซกหาร้านอาหารใหม่ๆ ลองทานดู ใกล้ๆ กับโรงแรมดันเป็นที่ตั้งของสำนักใหญ่ Ichiran Ramen ซึ่งเป็นหนึ่งในดวงใจของผม จะไม่แวะทานก็เสียทีที่เป็นแฟน แต่ถ้าทานก็โดนตัดกำลังเสียก่อน สุดท้ายตัดสินใจได้เพราะถัดไปไม่กี่ก้าวเป็นร้านเนื้อชื่อดังจากจังหวัดมิยาซากิ งานนี้เลยต้องแอบปันใจไปลองเนื้อที่มีดีกรีอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นเสียหน่อย

ร้านเนื้อที่ว่านี้ชื่อ Miyachiku เป็นร้านเทปปังยากิ (อีกแล้ว) รู้สึกว่าระยะหลังผมจะถูกโฉลกกับร้านเทปปังฯ ไปเมืองไหนเป็นต้องได้เจอได้ชิมอยู่เสมอ ร้าน Miyachiku เขามาจากจังหวัดมิยาซากิ เพื่อนร่วมเกาะของฟุกุโอกะ คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้จัก เพราะไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวหลักของตลาดไทย แต่ถ้าเป็น Beef Lover ละก็ต้องไม่พลาดการทำความรู้จักจังหวัดนี้ เพราะปีที่ผ่านมาวัวมิยาซากิได้อันดับหนึ่งจากการประกวดวัวทั่วประเทศ ดีกรีระดับนี้มีหรือที่ผมจะยอมพลาด ด้วยความกะทันหันเลยไม่ได้จองเดินดุ่ยๆ เข้าไปในร้านเลย ปรากฏว่าเต็มครับ พนักงานสุภาพสตรีบอกอย่างสุภาพว่ารับไม่ได้ เพราะมีคิวจองเต็มหมด เอาละสิสุดท้ายต้องงัดไม้ตายคุยกับเขาดีๆ ว่าเราเป็นนักท่องเที่ยวได้ยินชื่อเสียงของเนื้อมิยาซากิแล้วอยากลองทาน ที่สำคัญคือเราอยู่ฟุกุโอกะแค่คืนเดียว ถ้าไม่ได้ทานก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาอีกเมื่อไหร่ พนักงานก็ดีใจหาย รีบคุยกับผู้ใหญ่จนในที่สุดผมก็ได้เข้าไปนั่งอยู่หน้าเตาเทปปังฯ ขอบคุณมากๆ เลยครับ

เนื้อมิยาซากิแบ่งเป็น 2 ระดับ ระดับแรกเรียกว่า Miyazaki Wagyu คุณภาพเนื้ออยู่ที่ A3 ลงมา แต่ถ้าอยากทานระดับ A4 ขึ้นไปต้องสั่ง MiyazakiGyu ก็เหมือนกับการจัดลำดับของ Tajima Beef กับ Kobe Beef นั่นแหละครับ อ้อ! ลืมบอกไปว่า อันที่จริงวัวมิยาซากินี่ก็คือวัวทาจิมะนั่นแหละ เอาน้ำเชื้อพ่อพันธุ์จากวัวทาจิมะมาผสมและเลี้ยงกันที่มิยาซากิแล้วก็ใส่แบรนด์วัวมิยาซากิเข้าไป สุดท้ายการแข่งคุณภาพของวัวในญี่ปุ่นก็แทบจะเป็นการแข่งวัวทาจิมะที่เมืองไหนเลี้ยงได้ดีกว่ากัน บางปีก็โกเบ บางปีก็มัตสึซากะ ปีล่าสุดเป็นวัวมิยาซากิ ก็เลยต้องลองกันหน่อย ผมสั่ง MiyazakiGyu ระดับ A4 มาลองทานดู แต่ก่อนจะได้ทานเนื้อเขามีจานแรกเป็นสลัดเป๋าฮื้อย่างกันสดๆ บนเตาเทปปัง เป๋าอื้อบิดไปมาตรงหน้าเตาดูแล้วไม่อยากกิน แต่พอสำเร็จเป็นอาหารจานสวย กินแทบไม่เหลือ เนื้อเป๋าฮื้อนี่แปลกถ้าทานดิบๆ จะแข็งและกรอบ แต่พอย่างไฟแล้วนุ่มหอมอร่อย หมดจานไม่รู้ตัว ลืมบอกไปว่าร้านนี้เขามีวิธีการย่างที่ต่างจากร้านอื่น อย่างเป๋าฮื้อนี่เขาเอาผ้าขาวรองแล้วค่อยย่างผ่านผ้าอีกที ถามพ่อครัวว่าทำไมต้องใช้ผ้า พ่อครัวบอกว่า เพื่อรักษาผิวสัมผัสของเป๋าฮื้อไว้ให้สดมากที่สุด ถ้าย่างบนเตาเทปปังเลยผิวนอกจะสุกเกินไป

มาถึงจานหลัก Sirlion ย่างสุกปานกลาง พ่อครัวบรรจงย่างอย่างพิถิถัน ใช้ความตั้งใจมากกว่าการโชว์ฉาบฉวยเคาะตะหลิวเคาะเตาเหมือนของบ้านเรา พอเนื้อสุกได้ที่ก็จะเสิร์ฟ มาในจานที่มีขนมปังรองพื้นเหมือนกับร้าน Kaniya ที่ซัปโปโรเพื่อดูดซับความมันส่วนเกิน ทานแล้วจะได้ไม่เลี่ยน เนื้อมิยาซากิมีความแน่นกว่าโกเบและมัตสึซากะเวลาเคี้ยวจะไม่รู้สึกเหมือนละลายในปาก แต่เป็นความแน่นที่นุ่มกัดแล้วยังรู้สึกว่าสู้ปาก อันนี้แล้วแต่ความชอบ ใครชอบเนื้อแน่นก็จะชอบเนื้อมิยาซากิด้วย แต่ถ้าชอบเนื้อนุ่มจนแทบละลายก็อาจจะไม่ถูกใจครับ แต่สำหรับผมถือว่าอร่อยสมศักดิ์ศรีอีกทั้งมี Certificate เป็นเครื่องยืนยัน เครื่องจิ้มของเนื้อคือเกลือแอนดีสซึ่งเป็นเกลือภูเขาสีชมพู (Rose Salt) จากประเทศโบลิเวีย และยังมีมาสตาร์ด วาซาบิ และโชยุด้วย เครื่องเคียงก็มีเห็ดและมันเทศจากจังหวัดมิยาซากิ ผมชอบมันเทศมากทั้งหวานและนุ่ม ทานกับเนื้อมันเข้ากันดีจริงๆ

เสร็จจากเนื้อก็เป็นข้าวผัดกระเทียมสูตรพิสดาร คือเอาข้าวมาผัดกับกระทียม เบคอนและเศษมันเศษเนื้อ แล้วใส่ต้นหอมที่ปั่นละเอียดจนเป็นซอสลงไปทำให้ข้าวผัดออกมาเป็นสีเขียว แล้วตามด้วยไข่คลุกเคล้าจนหอมฉุยตักใส่ถ้วยไซส์เท่ากับชามราเมนขนาดย่อมโรยหน้าด้วยผักดองแทนที่จะแยกมาเหมือนทั่วไป กลายเป็นข้าวผัดหน้าผักดองที่อร่อยมากๆ โดยเฉพาะฟักทองดองซึ่งเคยทานเป็นครั้งแรก อร่อยจนติดใจอยากกลับไปทานอีก เสิร์ฟพร้อมซุปขิงรสกลมกล่อม ได้รสชาติที่แตกต่างจากร้านอื่นจริงๆ

ปิดท้ายด้วยของหวานจานเบ้อเร่อ มีทั้งเชอร์เบตที่ทำจากขึ้นฉ่ายฝรั่งเสิร์ฟคู่กับเมลอนและเยลลี่เกรปฟรุต อีกถ้วยเป็นพุดดิ้งสตรอเบอร์รี่ แต่ที่ผมประทับใจคือขนมปังปิ้ง เขานำขนมปังที่รองเนื้อในจานหลักมาแล่ให้บางลงแล้วปิ้งบนเตาเทปปังจนกรอบ เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมกล้วยหอม อันนี้ยกนิ้วให้เลยทั้งแนวคิดที่ไม่ทิ้งของเหลือและรสชาติที่ขนาดอิ่มจนพุงจะแตกแล้วก็ยังต้องลอง ตอนแรกกะจะทานแค่ชิ้นเดียว ที่ไหนได้ซัดจนหมดจานเพราะอร่อยมาก ตบท้ายด้วย Espresso ล้างปาก แต่ไม่สามารถล้างความอร่อยออกไปได้ อร่อยยกกำลังสามที่ร้าน Miyachiku นี้ มีค่าเสียหายประมาณ 8,000 เยน บอกได้คำเดียวว่าคุ้ม ใครแวะไปฟุกุโอกะแล้วอยากลองไปทาน เดินหาตามลายแทงนี้ได้เลย ตั้งต้นที่หน้าโรงแรม Hakata Excel Tokyu ออกจากโรงแรมทางด้านหน้าที่ติดกับแม่น้ำ เดินไปทางขวาประมาณ 50 เมตร ก็เจอสะพานอยู่ฝั่งซ้าย มองไปฝั่งตรงข้ามด้านขวาจะเห็นตึกสูงที่มีโคมแดงเยอะๆ นั่น คือสำนักใหญ่ Ichiran Ramen ให้เดินไปผ่านหน้าร้านขึ้นไปอีกหน่อยนึงจะเจอตึก JPARK กดลิฟต์ขึ้นไปชั้น 2 ออกจากลิฟต์มาก็เจอร้าน Miyachiku เลยครับ

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล