
แบงก์ชาติทั่วโลกแห่หั่นดอก ลุยกระตุ้นโตต้านทุนร้อน
สถานการณ์เศรษฐกิจในหลายประเทศทั่วโลก ที่ยังคงขยายตัวอย่างเชื่องช้า กลายเป็นเหตุผลทำให้บรรดาธนาคารกลาง เดินหน้าใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน
สถานการณ์เศรษฐกิจในหลายประเทศทั่วโลก ที่ยังคงขยายตัวอย่างเชื่องช้า กลายเป็นเหตุผลทำให้บรรดาธนาคารกลาง เดินหน้าใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน คู่กับการแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนด้วยการตัดลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจกันอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (บีโอเค) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 7 เดือน จากเดิม 2.75% สู่ระดับ 2.5% เพื่อกระตุ้นภาคการส่งออกที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเงินวอนแข็งค่า
เช่นเดียวกับธนาคารกลางเวียดนาม ที่ลดอัตราดอกเบี้ยลงสู่ระดับต่ำสุดรอบ 3 ปี เหลือ 7% จาก 8% ตามหลังธนาคารกลางออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และศรีลังกา ที่ตัดลดไปก่อนหน้านี้
นอกเหนือจากปัจจัยทางการกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ บรรดาธนาคารกลางในหลายประเทศ โดยเฉพาะในเอเชียกำลังเดินหน้าสกัดการไหลทะลักของทุนร้อน ภายหลังธนาคารกลางสหรัฐและญี่ปุ่น เดินหน้านโยบายอัดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลให้ผลค่าเงินเยนล่าสุดอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 4 ปี เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ โดยอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 10 พ.ค. อยู่ที่ระดับ 101.18 เยนต่อเหรียญสหรัฐ และนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2552
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หลายประเทศอาจไม่สามารถใช้วิธีลดอัตราดอกเบี้ยในการสกัดทุนร้อนได้ เนื่องจากเสี่ยงเผชิญปัญหาเศรษฐกิจร้อนแรงเกิน รวมทั้งปัญหาฟองสบู่ในตลาดสินทรัพย์
ฝ่ายค้านมาเลย์ฯต้านผลเลือกตั้ง
อันวาร์ อิบราฮิม แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านมาเลเซีย เตรียมเดินสายชุมนุมทั่วประเทศเพื่อประท้วงต่อต้านผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 5 พ.ค. ที่พรรคร่วมรัฐบาลบาริซานเนชั่นนัล ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค สามารถเอาชนะคว้าเก้าอี้ในสภา 133 ที่นั่งจาก 222 ที่นั่ง โดยจะจัดการชุมนุมขึ้นอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 11 พ.ค.นี้ ที่รัฐปีนังทางตอนเหนือของประเทศ โดยให้เหตุผลว่า พรรคร่วมรัฐบาลได้ปล้นชัยชนะจากฝ่ายค้านไปด้วยการทุจริตเลือกตั้ง ซึ่งอันวาร์เตรียมจะนำหลักฐานการทุจริตของพรรคอัมโนออกมาให้สาธารณชนได้เห็นในเร็ววันนี้
ด้านนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซีย มีแนวโน้มถูกกดดันให้ลงจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคภายในสิ้นปีนี้ เมื่อมีการเลือกตั้งผู้นำพรรคคนใหม่ในการประชุมสมัชชาใหญ่พรรค เพราะแม้ว่าจะได้รับชัยชนะเลือกตั้งครั้งล่าสุด ทว่ากลับได้คะแนนเสียงน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของพรรคที่ต้องการที่นั่งเสียงข้างมากกว่า 2 ใน 3 ของสภา







