
หวั่นศก.'ญี่ปุ่น'ตามรอยวิกฤตกรีซ เสี่ยงล้มละลาย
โพสต์ทูเดย์
— นักวิเคราะห์หวั่นเศรษฐกิจญี่ปุ่นมีความเสี่ยงสูงที่จะตกอยู่ในภาวะล้มละลายสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ไม่เพียงแต่ปัญหาหนี้สินของกรีซเท่านั้นที่เป็นที่จับตามองของนานาประเทศ แต่ทว่าภาวะหนี้ของญี่ปุ่น ผู้นำเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลกก็อยู่ในภาวะเสี่ยงเช่นกัน เนื่องจากตัวเลขหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นมากกว่าประเทศอุตสาหกรรมอื่นๆ อย่างมาก
ทั้งนี้ ในรายงานระบุว่า มีการคาดการณ์ว่าในปีหน้านี้ ตัวเลขหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นจะสูงถึง 200% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นเองก็พยายามดิ้นรนหาทางออกจากวิกฤตเศรษฐกิจ ท่ามกลางภาวะรายได้จากภาษีที่ลดลง และรายจ่ายด้านสังคมสงเคราะห์สำหรับผู้สูงอายุก็สูงขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนี้ ยังมีตัวเลขระบุว่าตัวเลขจีดีพีในปี 2010 จะอยู่ที่ 475 ล้านล้านเยน (ราว 164 ล้านล้านบาท) โดยมีตัวเลขหนี้สูงถึง 950 ล้านล้านเยน (ราว 329 ล้านล้านบาท) เฉลี่ยต่อหัวแล้ว ชาวญี่ปุ่นจะมีหนี้อยู่ที่ราว 7.5 ล้านเยนต่อคน (ราว 2.6 ล้านบาท)
“
โดยคร่าวๆ รายได้ของญี่ปุ่นในปีงบประมาณ 2010 จะอยู่ที่ 37 ล้านล้านเยน (ราว 12.83 ล้านล้านบาท) ส่วนหนี้อยู่ที่ 44 ล้านล้านเยน (ราว 15.26 ล้านล้านบาท) สัดส่วนตัวเลขหนี้คิดเป็นมาก กว่า 50% ของรายได้” ฮิเดโอะ คูมาโนะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัย ไดอิชิ ไลฟ์ กล่าวคูมาโนะ ยังกล่าวด้วยว่า ญี่ปุ่นจะไม่สามารถหาเงินทุนสำหรับรายจ่ายที่สูงกว่าล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในเดือน มี.ค. ปีหน้าได้ เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศยังคงอ่อนแอ และถ้าไม่มีการออกพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นจะต้องเผชิญกับภาวะล้มละลายในปี 2011 นี้
นอกจากนี้ ในรายงานได้กล่าวว่า ถึงแม้ญี่ปุ่นจะสามารถคืบคลานออกมาจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรงในปี 2009 ได้ แต่การฟื้นตัวของประเทศอุตสาหกรรมอย่างญี่ปุ่นก็ยังคงเป็นไปอย่างเชื่องช้า และเปราะบางอย่างมาก เนื่องจากภาวะเงินฝืด ตัวเลขหนี้สาธารณะที่สูงลิ่ว อีกทั้งตัวเลขดีมานด์ในประเทศก็ยังคงต่ำมาก ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่เป็นเรื่องที่น่าหนักใจสำหรับแนวทางในการกำหนดนโยบายต่างๆ ของประเทศ
เอเอฟพี ระบุว่า หนี้จำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากมาตรการในการกระตุ้นการใช้จ่ายเศรษฐกิจของญี่ปุ่น หลังจากที่ต้องเจอกับภาวะฟองสบู่ในช่วงปี 19901999 อีกทั้งยังถูกซ้อนด้วยปัญหาภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยในช่วงปี 2008 เป็นต้นมา ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นต้องใช้เงินมหาศาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจอีก
นักวิเคราะห์หลายคนระบุว่า ความเสี่ยงในด้านเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในรูปแบบเดียวกันกับที่ประเทศกรีซกำลังเผชิญอยู่นั้นเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายมองเห็นและตระหนักถึงน้อยมาก เมื่อเทียบกับสถานการณ์ของประเทศสมาชิกยูโรโซนอย่างกรีซ ซึ่งถ้าความเสี่ยงดังกล่าวเกิดขึ้นจริงจะกลายเป็นหายนะสำหรับประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังได้ตั้งคำถามว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะรับมือกับภาระหนี้สินจำนวนมากนี้ได้อีกนานเพียงไร
“
ไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น ตราบใดที่ยังคงมีเงินหมุนเวียนอยู่ในตลาดพันธบัตร“
แต่มันเป็นเรื่องยากที่จะทำนายได้ว่า เมื่อไหร่ที่ตลาดพันธบัตรจะล่ม ซึ่งเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในทันทีที่ตลาดประมาณการได้ว่าความสามารถทางการเงินของญี่ปุ่นในการชำระหนี้ไม่มั่นคงอีกต่อไป” คูมาโนะ กล่าวอย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนก็ยังเชื่อว่าหนี้จำนวน 200% ที่คาดการณ์ไว้ ไม่ได้เป็นปัญหาที่ยากเกินว่าที่รัฐบาลจะรับมือได้
ทาเกะฮิเดะ คิยูชิ นักเศรษฐศาสตร์จากโนมูระ ซิเคียวริตี กล่าวว่า หนี้สินของรัฐบาลอังกฤษในช่วงสมัยหลังสงครามเคยสูงถึง 260% ของจีดีพี แต่ทว่ารัฐบาลอังกฤษก็ไม่ได้พบกับวิกฤตหนี้อย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์
“
ไม่มีคำตอบหรอกว่าระดับหนี้มากเท่าไหร่ที่จะทำให้รัฐบาลต้องพบกับภาวะล้มละลาย” คิยูชิ กล่าวก่อนหน้านี้ กรีซเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจจนหลายฝ่ายต่างกังวลว่าวิกฤตดังกล่าวจะทำลายระบบการเงินของประเทศยูโรโซน







