posttoday
วิบากกรรมแรงงานบัลกลาเทศ ชีวิตที่ไร้ทางเลือก

วิบากกรรมแรงงานบัลกลาเทศ ชีวิตที่ไร้ทางเลือก

05 พฤษภาคม 2556

กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับเหตุตึกสูง 8 ชั้น ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงงานผลิตเสื้อผ้าในกรุงธากาของบังกลาเทศถล่ม

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับเหตุตึกสูง 8 ชั้น ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงงานผลิตเสื้อผ้าในกรุงธากาของบังกลาเทศถล่มลงเมื่อวันที่ 24 เม.ย. ขณะที่มีแรงงานอยู่ในตึกกว่า 3,500 คน จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 550 คน บาดเจ็บนับพัน และยังไม่รู้ชะตากรรมอีกจำนวนมาก

เหตุดังกล่าว จุดให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความปลอดภัยของแรงงานในบังกลาเทศกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุสลดใจ โดยเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว เกิดเหตุไฟไหม้โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าทาซรีน แฟชั่น แฟคตอรี ทำให้มีแรงงานถูกไฟคลอกเสียชีวิตถึง 112 คน

ในขณะที่หลายภาคส่วนของสังคมทั่วโลกเริ่มประณามบรรดาแบรนด์เสื้อผ้าชาติตะวันตก ว่ากำลังตักตวงผลประโยชน์จากแรงงานราคาถูกโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย พร้อมเรียกร้องให้ระงับการผลิตสินค้าในบังกลาเทศ ดังกรณีของบริษัท วอลท์ ดิสนีย์ ของสหรัฐ ที่มีหนังสือแจ้งตั้งแต่เดือน มี.ค. ขอระงับการจ้างผลิตโดยหวังกดดันให้บังกลาเทศ เร่งปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยของแรงงานโดยเร็ว

ทว่า สำหรับกลุ่มแรงงานชาวบังกลาเทศ ผู้ตกเป็นเหยื่อครั้งล่าสุด ที่ในปัจจุบันกำลังนอนพักรักษาตัวอยู่ในสภาพพิการแขนขาขาด ตลอดจนถึงคนงานอีกนับล้านคน ในโรงงานเสื้อผ้าอีกกว่า 4,500 แห่งทั่วประเทศนั้น ต่างกังวลในเรื่องเดียวกัน คือ “อนาคตทางการเงินในวันที่ไร้งานในโรงงานผลิตเสื้อผ้า”

เพราะแม้ว่า รัฐบาลสัญญาว่า จะจ่ายเงินชดเชยพร้อมหางานใหม่ให้ ทว่า แรงงานเหล่านี้ยังคงเชื่อว่า การหางานทำในอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายหลังต้องกลายเป็นคนทุพพลภาพแล้ว โอกาสก็ยิ่งริบหรี่ลงทุกที

“หากผมพิการอย่างนี้ ใครจะจ้างผม แล้วเราจะใช้ชีวิตกันอย่างไรต่อไป เพราะงานบรรจุภัณฑ์ในโรงงานเสื้อผ้า เป็นแหล่งรายได้เดียวที่ช่วยจุนเจือครอบครัวและส่งน้องสาวเรียนหนังสือ” ซูฟยาน รอย เหยื่อตึกถล่มวัย 22 ปี ที่ถูกฝังอยู่ใต้ซากตึกนาน 5 ชั่วโมงจนต้องตัดขาทิ้ง เปิดใจกับนิตยสารไทม์

ด้านซารา โฮเซน ทนายความอาวุโสในบังกลาเทศ แสดงความเห็นว่า ประเด็นที่ควรถกเถียงกันในตอนนี้ คือการหาแนวทางปรับปรุงสภาพการทำงานของแรงงานให้ปลอดภัยมากกว่าการตัดสินใจว่าควรปิดโรงงานไหม

“ชีวิตของแรงงานนับล้านคนเหล่านี้แขวนอยู่บนเส้นด้าย เพราะหากพวกเขาเลือกที่ทำงานต่อไปก็อันตราย แต่จะเลิกทำก็ต้องอดตายไม่ต่างกัน” โฮเซน ระบุ

ทั้งนี้ ภาคการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปในบังกลาเทศ ถือเป็นแหล่งสร้างงานสำคัญที่สุด โดยแรงงานส่วนใหญ่เป็นสตรีที่มีการศึกษาต่ำและอพยพมาหางานในเมือง ทำให้แรงงานเหล่านี้ไม่มีทางเลือกในการประกอบอาชีพมากนัก และที่สำคัญงานในโรงงานเสื้อผ้าเป็นงานที่มีรายได้สูงที่สุดเมื่อเทียบกับอาชีพอื่นๆ เช่น ลูกจ้างทั่วไป หรือ แม่บ้าน

พิสูจน์ได้จากข้อมูลของรัฐบาล พบว่า อัตราจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมเสื้อผ้าในบังกลาเทศตั้งแต่ปี 25382548 ขยายตัวทุกปีราว 5% และหลังจากนั้นก็เติบโตถึง 11% โดยปัจจุบันมีแรงงานมากถึง 3.64 ล้านคน ผลักดันให้บังกลาเทศขึ้นแท่นเป็นชาติผู้ผลิตเสื้อผ้ารายใหญ่อันดับสองของโลกรองจากจีน

ปัจจัยดึงดูดสำคัญ ที่ทำให้แบรนด์เสื้อผ้ายักษ์ใหญ่จากทั่วโลกนิยมผลิตสินค้าในบังกลาเทศ คงหนีไม่พ้นต้นทุนด้านแรงงานที่ต่ำติดดิน โดยหากเปรียบเทียบการผลิตเสื้อยีนส์ 1 ตัวในสหรัฐ และบังกลาเทศ จะพบว่า ต้นทุนการผลิตเสื้อ 1 ตัวในสหรัฐสูงถึง 13.22 เหรียญสหรัฐ (ราว 370 บาท) ขณะที่ในบังกลาเทศอยู่ที่เพียง 3.72 เหรียญสหรัฐ (ราว 104 บาท) เท่านั้น เพราะนอกจากค่าวัตถุดิบจะถูกกว่าแล้ว ค่าแรงเพียง 0.22 เหรียญสหรัฐ (ราว 6.16 บาท) ยังต่ำกว่าในสหรัฐที่ 7.47 เหรียญสหรัฐ (ราว 209 บาท)

“ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เราสูญเสียแรงงานในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าตลอด และแม้ว่าหลังเกิดเหตุไฟไหม้โรงงานครั้งใหญ่เมื่อปี 2533 ศาลสูงได้ออกมาตรการคุมเข้มสั่งระงับสายการผลิตในโรงงานที่ไม่มีการปฏิบัติตามกฎรักษาความปลอดภัยแรงงาน ทว่า ยังไม่มีการบังคับใช้กฎอย่างจริงจัง” ฟายาซูดดิน อัดมาน หัวหน้ากลุ่มพิทักษ์สิทธิแรงงานในกรุงธากา กล่าว พร้อมเตือนว่า หากแบรนด์เสื้อผ้าชาติตะวันตกย้ายฐานการผลิตไปจากบังกลาเทศทั้งหมด ประชาชนและเศรษฐกิจประเทศจะได้รับผลกระทบอย่างประเมินค่าไม่ได้

“ที่สุดแล้ว คงไม่มีใครสามารถเข้าไปแก้ระบบแรงงานในบังกลาเทศได้ นอกจากรัฐบาล” ผู้จัดการแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังที่ไม่เปิดเผยนาม แสดงความเห็นผ่านรอยเตอร์ส

กระนั้นก็ตาม สำหรับบรรดาแรงงานในบังกลาเทศแล้ว ความรับผิดชอบที่ใฝ่หาจากรัฐบาล อาจเป็นเพียงกระแสลมที่พัดมาเป็นช่วงๆ เท่านั้น สังเกตได้จากท่าทีล่าสุดของรัฐบาล ภายหลังนายกรัฐมนตรี ชีค ฮาซีนา กล่าวขณะลงพื้นที่ว่า “เหตุตึกถล่มนี้เป็นเพียงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้”

“เมื่อใดที่เรื่องนี้เริ่มเงียบ ก็คงไม่มีใครจำเราได้ หรือพยายามยื่นมือช่วยเราอีก” พาร์วัน อาคเตอร์ เหยื่อตึกถล่มที่ขณะนี้ขาหักทั้งสองข้างกล่าวพร้อมน้ำตา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท