
อาเซียนคึกคักหนุนถอนแผนกระตุ้นศก.
สัปดาห์ที่ผ่านมาประเด็นที่น่าจับตามองคือ การประชุมผู้นำสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่จัดขึ้นที่กรุงฮานอย ของเวียดนาม แม้ว่าในงานนี้จะถูกกลบด้วยกระแสความร้อนแรงของสถานการณ์การเมืองไทย โดยที่นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยกเลิกแผนการในการร่วมประชุมอย่างกะทันหัน อีกทั้งสถานการณ์การเลือกตั้งภายในประเทศพม่าก็มาแรงไม่แพ้กัน
แต่ทว่าในที่ประชุมอาเซียนก็ยังคงดำเนินไปได้ด้วยดี และเป็นประเด็นทางเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง โดยในที่ประชุมต่างเห็นพ้องที่จะถอดถอนแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะบรรดาผู้นำเชื่อมั่นว่าการถอนมาตรการดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งหันมาใส่ใจในการสนับสนุนให้ภาคเอกชนได้กลับมายืนยันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ด้วยตัวเองอีกด้วย
นอกจากนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ออกมาคาดการณ์เศรษฐกิจของ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนจะเติบโตขึ้นราว 5.5% จากเดิมที่มีการขยายตัวเพียงแค่ 1.3% เท่านั้น
ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวยังสูงเกินกว่าตัวเลขเฉลี่ยของการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่อยู่ที่ราว 4% อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ก็มีการเตือนให้บรรดาประเทศต่างๆ ในอาเซียนรวมทั้งไทยเฝ้าระมัดระวังในเรื่องของเงินทุนต่างประเทศที่ไหลเข้ามาในระบบเศรษฐกิจแต่ละประเทศในปริมาณที่มากจนเกินไป และกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการสะดุดของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจก็เป็นได้
นอกจากประเด็นในเรื่องของเศรษฐกิจแล้วยังมีประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจอย่างเรื่องของความวุ่นวายทางการเมืองของประเทศคีร์กิซสถาน และเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
เริ่มจากประเด็นทางการเมืองของคีร์กิซสถานก่อน แม้จะเป็นประเทศเล็กๆ และในเบื้องต้นไม่ได้รับความสนใจมากนัก แต่ทว่าเรื่องต่างๆ กลับทวีความรุนแรง และเป็นที่สนใจของนานาประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ ตลอดสัปดาห์ เนื่องจากเป็นการปะทะของกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลและฝ่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ
เหตุนองเลือดดังกล่าวเกิดขึ้นในกรุงบิซเคก โดยมีการใช้อาวุธสลายการจลาจลพร้อมทั้งมีการจัดการกับเหล่าผู้ปล้นสะดม ก็ทำให้เกิดความสูญเสียของผู้คนไปราวกว่า 75 คน และผู้บาดเจ็บอีกกว่า 1,000 คน
ส่วนเหตุภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นมีทั้งที่เปรู ที่เกิดฝนตกอย่างหนัก แต่ทว่าที่รุนแรงที่สุดในรอบสัปดาห์ก็หนีไม่พ้นเหตุดินถล่มในพื้นที่ใกล้กับนครรีโอเดจาเนโร ของบราซิล ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 219 รายหลังจากเกิดฝนตกอย่างหนักติดต่อกัน จนเป็นเหตุให้เกิดดินถล่ม ชาวบ้านกว่า 5 หมื่นคน ต้องอพยพทิ้งที่พักอาศัย แม้ว่าเหตุดังกล่าวจะผ่านพ้นไปหลายวันแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงพยายามช่วยเหลือและคลี่คลายสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง







