posttoday
สื่ออาเซียนกระพือข่าวสถานการณ์ไทยยังระส่ำ

สื่ออาเซียนกระพือข่าวสถานการณ์ไทยยังระส่ำ

09 เมษายน 2553

โพสต์ทูเดย์ – สื่ออาเชียนจับตาสถานการณ์ไทย หวั่นสถานการณ์บานปลายรุนแรง เร่งเตือนประชาชนงดเดินทางเข้าไทยถ้าไม่มีความจำเป็น

สำนักข่าวสเตรต ไทมส์ ของสิงคโปร์ และเว็บไซต์ของแชลแนล นิวส์ เอเชีย รายงานอ้างคำให้สัมภาษณ์ของทาง จอร์จ โหยว รัฐมนตรีต่างประเทศของสิงคโปร์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ในกรุงเทพฯ กำลังน่าหวั่นวิตก

“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สถานการณ์ที่นั่นจะไม่นำไปสู่ความรุนแรง กลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะเจรจาพูดคุยกัน” โหยว กล่าวกับผู้สื่อข่าวต่างประเทศ หลังจากการเข้าร่วมประชุมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) พร้อมทั้งยังระบุว่าสถานการณ์ในไทยจะกลับคืนสู่สถานการณ์ปกติในเร็ววัน เนื่องจากไทยก็เป็นหนึ่งในสมาชิกที่สำคัญในการขับเคลื่อนภูมิภาคอาเซียน

ทั้งนี้ สื่อของสิงคโปร์ระบุว่ามีประกาศจากทางกระทรวงต่างประเทศแดนลอดช่องยังได้ประกาศให้ชาวสิงคโปร์ที่มีแผนที่จะเดินทางมายังประเทศไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ หรือพื้นที่อื่นๆ ที่มีการประกาศภาวะฉุกเฉิน เลื่อนกำหนดการออกไปก่อน

นอกจากนี้ ทางกระทรวงต่างประเทศสิงคโปร์ยังระบุว่า ผู้ที่จำเป็นต้องเดินทางมายังประเทศไทยก็ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยทุกคนต้องเข้าไปลงทะเบียนที่เว็บไซต์ของกระทรวงต่างประเทศ เพื่อที่ว่าในกรณีที่มีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น ทางกระทรวงต่างประเทศจะสามารถติดต่อได้อย่างทันท่วงที

ส่วนชาวสิงคโปร์ที่อยู่ในประเทศไทยแล้ว ถูกเตือนให้งดการเดินทางและพยายามอยู่ภายในที่พัก และในกรณีที่พบสิ่งผิดปกติให้ติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ของทางสถานทูตในทันที พร้อมทั้งแนะนำให้ซื้อยารักษาโรคที่จำเป็นสำรองไว้ และประกันภัยการเดินทางไว้ล่วงหน้า

นอกจากนี้ ยังมีรายงานของสเตรต ไทมส์ ที่ระบุว่า กลุ่มคนเสื้อแดงพร้อมที่จะทำสงครามกับทางรัฐบาลไทยแล้ว โดยระบุว่าหลังจากการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินภายในประเทศ แต่กลุ่มผู้ประท้วงก็ยังคงแสดงความท้าทายต่อรัฐบาลและอำนาจของกฎหมาย

ทางด้านมาเลเซีย สตาร์ สื่อของมาเลเซีย ก็ระบุว่า หลังจากที่ทางรัฐบาลไทยประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินภายในประเทศ ทางสถานทูตมาเลเซียในประเทศไทยก็ได้ออกประกาศเตือนชาวมาเลย์ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยให้หลีกเลี่ยงพื้นที่การชุมนุม

รวมทั้งสำนักข่าวเบอร์นามาของมาเลเซีย ได้อ้างถึงคำพูดของทางเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ซึ่งได้ระบุห้ามไม่ให้ประชาชนในประเทศเลี่ยงการเดินทางมายังประเทศไทยเช่นกัน และระบุด้วยว่าทางรัฐบาลยูเออีจะเฝ้าสังเกตการณ์สถานการณ์ในไทยอย่างใกล้ชิด

ด้านรายงานข่าวของเอพีจับตาสถานการณ์ของไทยผ่านการประชุมอาเซียนที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนามว่า แม้ว่าสถานการณ์โดยรวมในการประชุมอาเซียนยังคงดำเนินต่อไปด้วยดี

แต่อย่างไรก็ตาม มีสองประเด็นที่มีการพูดถึงในการประชุมครั้งนี้เป็นอย่างมาก และคล้ายจะเป็นประเด็นที่ลดความสำคัญในเนื้อหาของการประชุมที่ว่าด้วยเรื่องของเศรษฐกิจภายในภูมิภาค และสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศลงไปก็คือ สถานการณ์ภายในประเทศพม่า ว่าด้วยเรื่องของกฎหมายเลือกตั้งและการจัดการเลือกตั้ง และอีกประเด็นร้อนไม่แพ้กันก็คือ สถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศไทย

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ของไทยจำเป็นต้องยกเลิกการเดินทางเข้าร่วมประชุมอาเซียน

รัฐมนตรีต่างประเทศของสิงคโปร์ยังแสดงความคิดเห็นต่อการประกาศยกเลิกแผนการไม่เข้าร่วมการประชุมอาเซียนของนายกฯ อภิสิทธิ์อีกด้วย

“ความรับผิดชอบอย่างแรกคือการดูแลประชาชนของเรา” โหยว กล่าว พร้อมทั้งระบุว่า บรรดาผู้นำประเทศอาเซียนเข้าใจถึงการตัดสินใจของนายกฯ อภิสิทธิ์เป็นอย่างดีว่า เรื่องราวในประเทศและเรื่องราวของประชาชนภายในประเทศต้องมาก่อนเรื่องอื่นๆ

เช่นเดียวกันกับทางมาร์ตี นาทาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศของอินโดนีเซีย ซึ่งสื่อของสิงคโปร์ อ้างความคิดเห็นของนาทาเลกาวา ที่กล่าวถึงประเทศไทยเช่นกันว่า การยกเลิกดังกล่าว “ไม่ใช่จุดจบของโลก”

“ในขณะเดียวกันอินโดนีเซียกำลังติดตามความเคลื่อนไหวของเหตุการณ์ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ด้วยความหวังว่าสถานการณ์จะกลับคืนสู่ภาวะปกติในไม่ช้า” นาทาเลกาวา กล่าว

ไม่เพียงแต่สื่อในอาเซียนเท่านั้นที่ยังคงจับตาสถานการณ์ในบ้านเรา แต่สื่อประเทศอื่นๆ ภายในภูมิภาคเอเชียและทั่วโลกต่างก็แสดงความหวั่นวิตกกับสถานการณ์ภายในประเทศไทยเช่นกัน

ด้านสำนักข่าวซินหัวของจีนยังคงไม่มีความเคลื่อนไหว หรือความคิดเห็นจากทางรัฐบาลจีนออกมา แต่ทว่ามีการรายงานสถานการณ์ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ซึ่งล่าสุดระบุว่าการประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดงในไทยจะขยายตัวออกไปยังต่างจังหวัดใน 17 จังหวัด ทางภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ และระบุว่ากลุ่มคนเสื้อแดงที่ประท้วงเรียกร้องรัฐบาลไทยให้มีการยุบสภานั้นยังคงไม่ยุติการประท้วง แม้ว่ารัฐบาลไทยจะประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกมาแล้วก็ตาม

นอกจากนี้ยังมีรายงานของสำนักข่าวของทางรัฐบาลฮ่องกงได้อ้างกล่าวของ แอมโบรส์ ลี รัฐมนตรีด้านความมั่นคงของฮ่องกง กล่าวว่า ทางรัฐบาลฮ่องกงกำลังติดตามสถานการณ์ภายในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด และกำลังพิจารณาที่จะเพิ่มระดับการเตือนภัยในกรณีที่สถานการณ์เกิดความตึงเครียดมากขึ้น

โดยในรายงานระบุว่า การประกาศที่เกิดขึ้นนั้นเพื่อเป็นการดูแลความปลอดภัยให้กับชาวฮ่องกงที่เดินทางท่องเที่ยวไปยังประเทศไทย ซึ่งคาดว่าน่าจะมีอยู่ที่ราว 3,000 คน ทางรัฐบาลได้ติดต่อประสานงานกับทางสายการบินต่างๆ เพื่อที่จะให้มั่นใจว่าจะยังคงมีเที่ยวบินที่สามารถรองรับผู้โดยสารชาวฮ่องกงกลับมายังประเทศ ในกรณีที่ประเทศไทยเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินที่รุนแรง

นอกจากนี้ สหรัฐออกแถลงการณ์ตำหนิกลุ่มคนเสื้อแดงที่เข้าบุกสภาว่าเป็นความไม่เหมาะสม และแนะใช้สถาบันประชาธิปไตยแก้ไข

สำนักข่าวเอเอฟพี เปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐตำหนิกลุ่มผู้ประท้วงในประเทศไทยที่บุกรุกเขาไปในรัฐสภาของไทย โดยระบุว่า การบุกรุกเข้าไปยังสถานที่ราชการเป็นวิธีการที่ไม่เหมาะสม

ฟิลิป โครว์ลีย์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ อ่านแถลงการณ์ระบุว่า สหรัฐเคารพการแสดงออกถึงสิทธิเสรีภาพ แต่การเข้าไปยังอาคารราชการเป็นวิถีทางที่ไม่เหมาะสมสำหรับการประท้วง ซึ่งทุกคนมีสิทธิในการชุมนุมและการประท้วงอย่างสงบ

“สหรัฐหวังว่าความเห็นที่แตกต่างกัน จะสามารถแก้ไขได้ด้วยสถาบันประชาธิปไตย และไม่ใช้ความรุนแรง”

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล