
เวิลด์มอนิเตอร์จีดีพีเอเชียไทยสวนทางปีนี้โตเพิ่ม-ต้องระวังหนี้
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนาในเอเชียใหม่จากคาดการณ์ครั้งก่อนหน้าเมื่อเดือน ธ.ค. พร้อมกับเตือนบางชาติเสี่ยงปัญหาเงินเฟ้อ ด้านไทยระวังหนี้พุ่ง
ในรายงานเศรษฐกิจเอเชียและแปซิฟิกครั้งล่าสุดของเวิลด์แบงก์ในครั้งนี้ ได้ปรับลดการเติบโตทางเศรษฐกิจของหลายประเทศลงเล็กน้อย โดยจีนได้ปรับลดลง 0.1% มาอยู่ที่ 8.3% โดยระบุว่าเศรษฐกิจจีนยังอยู่ในระหว่างการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่
ขณะที่อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ได้ถูกปรับลดลงมาอยู่ที่ 6.2% ในปีนี้จากเดิมที่คาดไว้ที่ 6.3%
สำหรับประเทศไทยนั้นได้รับการปรับขึ้นในปีนี้ โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะปรับขึ้นอยู่ที่ 5.3% ในปีนี้ดีกว่าที่คาดไว้เดิม 0.3% และจะเติบโต 5% ในปี 2014 ดีกว่าที่คาดไว้เดิม 0.5% ขณะที่มาเลเซียนั้นในปีนี้จะเติบโตที่ 5.1% และ 5.4% ในปีหน้า
ในภาพรวมธนาคารโลกคาดการณ์ว่ากลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 7.8% ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ 7.9% แต่ยังถือว่าเป็นการเติบโตที่ดีกว่าปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 7.5%
อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกได้ออกโรงเตือนบางประเทศที่กำลังมีความเสี่ยงต่อปัญหาเงินเฟ้อ เช่น จีนและอินโดนีเซีย โดยจีนนั้นกำลังประสบกับกระแสทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในอินโดนีเซียนั้นระดับเงินเฟ้อกำลังปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
ส่วนในบางประเทศเอเชียก็กำลังเจอกับปัญหาระดับหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ ประเทศไทย มาเลเซีย และจีน
“สิ่งที่น่ากลัวมากกว่าการเพิ่มขึ้นของหนี้ภาครัฐก็คือการขยายตัวของหนี้ในภาคเอกชนและหนี้ครัวเรือน ซึ่งยอดรวมของหนี้ภาครัฐ หนี้ในภาคเอกชนที่ไม่นับในภาคการเงิน และหนี้ครัวเรือนทั้งในมาเลเซีย ประเทศไทยและจีนนั้น พุ่งขึ้นไปเกินกว่า 150% ของจีดีพีแล้ว” ธนาคารโลกระบุ
นอกจากนั้น เวิลด์แบงก์ยังออกโรงหนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่นว่าจะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาไปในตัวอีกด้วย
เบิร์ท ฮอฟแมน หัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของเวิลด์แบงก์ ระบุว่า ญี่ปุ่นพยายามหาทางออกจากสภาพเงินฝืด ซึ่งถ้าหากมาตรการของญี่ปุ่นได้ผล ก็จะถือเป็นเรื่องดีของเศรษฐกิจโลก และเป็นเรื่องดีต่อภูมิภาคนี้ด้วย
“นั่นหมายความว่าเศรษฐกิจขนาดใหญ่กำลังจะกลับมาเดินเครื่องแล้วอีกครั้ง” ฮอฟแมน กล่าว
วันเดียวกัน สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (เอ็นบีเอส) เปิดเผยตัวเลขการเติบโตของผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาสแรกของปีนี้ ปรากฏว่าจีดีพีจีนสามารถเติบโตได้ที่ 7.7% เท่านั้น น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 8% เมื่อก่อนหน้านี้ และเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าเมื่อไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 7.9%
เอ็นบีเอส ระบุว่า เศรษฐกิจจีนยังได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนจากทั้งสภาพเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศอยู่ต่อไป ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าเศรษฐกิจจีนที่ไม่เติบโตหวือหวาเหมือนที่ผ่านมานั้นอาจจะเป็นเพราะว่าคณะผู้นำจีนได้พยายามปรับสมดุลให้กับเศรษฐกิจของประเทศใหม่ด้วยการลดการพึ่งพาการลงทุนและการส่งออกไปยังต่างประเทศ และหันมาเน้นที่การส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศเองมากขึ้น







