
แห่ทิ้งเงินยูโร-บอนด์มะกันรุ่ง
ประเทศกำลังพัฒนาลดการถือครองยูโรวิ่งถือเงินสกุลอื่น ด้านพันธบัตรสหรัฐขายดีที่สุดในรอบ 4 ปี
ประเทศกำลังพัฒนาลดการถือครองยูโรวิ่งถือเงินสกุลอื่น ด้านพันธบัตรสหรัฐขายดีที่สุดในรอบ 4 ปี
ธนาคารกลางในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ต่างพากันขายทิ้งเงินยูโรหลังจากที่สกุลเงินยูโรไร้เสถียรภาพ ประกอบกับสถานะทางเศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซนยังน่าเป็นห่วง ทำให้ธนาคารเหล่านี้เริ่มลดการให้ความสำคัญกับการถือครองเงินสกุลยูโรอย่างต่อเนื่อง
ตามรายงานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) พบว่า ธนาคารกลางในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ได้ขายทิ้งเงินยูโรจากคลังสกุลเงินต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 4.5 หมื่นล้านยูโร หรือคิดเป็น 8% ในปี 2555
ข้อมูลดังกล่าวเป็นการบ่งชี้ได้อย่างชัดเจนว่า สถานะของค่าเงินยูโรในระบบการเงินการคลังของโลกนั้นกำลังอยู่ในสถานะที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง อันเป็นผลจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซนเอง
ด้าน เจฟฟรีย์ แฟรงเกิล ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ จากวิทยาลัยเคนเนดี มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ให้ความเห็นว่า แน่นอนว่าค่าเงินยูโรยังคงเป็นสกุลเงินอันดับ 2 ของโลก แต่ทว่าไม่มีทางที่ค่าเงินยูโรจะขึ้นไปเทียบเงินเหรียญสหรัฐได้เลยในขณะนี้
ทั้งนี้ ปริมาณเงินสกุลยูโรที่อยู่ในเงินคงคลังของธนาคารกลางประเทศต่างๆ ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนานั้น ลดต่ำลงมากที่สุดในปีที่ผ่านมา คิดเป็นเพียง 24% ของเงินคงคลังทั้งหมด ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2545 ทีเดียว
รายงานระบุด้วยว่า ประเทศกำลังพัฒนากำลังหันไปถือเงินสกุลอื่นๆ มากขึ้น เช่น เงินเหรียญออสเตรเลีย ซึ่งในปีที่แล้วค่าเงินเหรียญออสเตรเลียเป็นเงินสกุลหนึ่งในโลกที่มีผลงานดีที่สุดทีเดียว
กระนั้นก็ตาม แฟรงเกิล กล่าวด้วยว่า เงินยูโรยังคงศักยภาพการแข่งขันอยู่ต่อไป เนื่องจากเศรษฐกิจยูโรโซนมีขนาดใหญ่โตมาก ทว่าสำหรับตลาดพันธบัตรนั้นถือว่ายูโรโซนไม่ใช่ตลาดที่มีความคล่องตัวสูงอีกต่อไป เนื่องจากนักลงทุนหวั่นเกรงความน่าเชื่อถือของตลาดพันธบัตรยูโรโซนมากขึ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจในสเปนและอิตาลี ในระยะนี้
วันเดียวกัน บลูมเบิร์ก รายงานว่า นักลงทุนต่างประเทศได้เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2552 อันเป็นผลมาจากค่าเงินยูโรที่ไร้เสถียรภาพและค่าเงินเยนที่ญี่ปุ่นกำลังเข้าแทรกแซง
รายงานระบุว่า ปริมาณพันธบัตรสหรัฐที่ถือไว้โดยธนาคารกลางในต่างประเทศนั้นเพิ่มขึ้น 6.35 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 2.4% ไปอยู่ที่ 2.95 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยจีนยังคงเป็นผู้ถือพันธบัตรสหรัฐรายใหญ่ที่สุดในโลก







