posttoday
กบฏเหมาโหดฆ่าล้างตร.อินเดีย73คน

กบฏเหมาโหดฆ่าล้างตร.อินเดีย73คน

07 เมษายน 2553

สังหารหมู่ตำรวจครั้งเลวร้ายที่สุด กำลังหลักกำลังเสริมตายเรียบ

โพสต์ทูเดย์ — ตะลึงกบฏลัทธิเหมาท้าทาย สังหารหมู่ตำรวจอินเดียครั้งใหญ่ 73 คน สังคมตั้งคำถามประสิทธิภาพรัฐ

เจ้าหน้าที่ทางการอินเดียเปิดเผยเมื่อวันที่ 6 เม.ย. ว่า กลุ่มกบฏนิยมลัทธิเหมาได้เปิดฉากสังหารหมู่ตำรวจอินเดียไปแล้วอย่างน้อยถึง 73 คน จากการซุ่มโจมตีหลายระลอกในบริเวณป่าทางภาคกลางของประเทศ ซึ่งนับเป็นเหตุการณ์ฆ่าล้างเจ้าหน้าที่ของรัฐครั้งเลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีมาในอินเดีย

เอเอฟพีอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นว่า กองกำลังตำรวจภาคกลาง (ซีอาร์พีเอฟ) ถูกกลุ่มกบฏเหมาเข้าโจมตีเมื่อช่วงขณะลาดตระเวนในเขตป่าของรัฐฉัตสติครห์ และเมื่อกองกำลังเสริมเข้าไปช่วย ก็ต้องตกอยู่ในวงล้อมของกบฏเหมานับร้อยคนที่มีอาวุธหนักครบมือ

อัมเรช มิชรา นายตำรวจระดับสูง กล่าวว่า มีตำรวจอินเดียเสียชีวิตไปอย่างน้อยถึง 73 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 24 คน จากการโจมตีด้วยระเบิดและปืนกล ขณะที่รถถังป้องกันการโจมตีอาวุธหนักที่ถูกส่งไปช่วยลำเลียงตำรวจที่บาดเจ็บ ก็ถูกระเบิดพังเสียหายหนักเช่นกัน

ทั้งนี้ กลุ่มกบฏเหมาซึ่งคาดว่ามีจำนวนราว 6,0008,000 คน ได้เริ่มรุกโจมตีรัฐหลังจากที่รัฐบาลเปิดฉากกวาดล้างอย่างหนักตั้งแต่ปีที่แล้ว ในเขตพื้นที่สีแดงทางตอนเหนือและตะวันออกของอินเดีย

พี จิมธัมพารัม รัฐมนตรีมหาดไทยของอินเดีย กล่าวว่า การสังหารหมู่เจ้าหน้าที่ครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างดีถึงสัญชาตญาณความโหดร้ายป่าเถื่อนของกลุ่มกบฏเหมา ซึ่งเริ่มก่อการเพื่อปลุกระดมรัฐคอมมิวนิสต์มาตั้งแต่ปี 1967 จนปัจจุบัน มีการปฏิบัติการอยู่ถึง 20 รัฐ ในทั้งหมด 28 รัฐทั่วอินเดีย

“เกิดความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงขึ้น ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไปเจอกับค่ายของกลุ่มกบฏ หรือหลุมพรางใหญ่เข้า” จิธัมพารัม กล่าว

การโจมตียังสะท้อนให้เห็นว่าความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดีย ซึ่งมีการขยายตัวของจีดีพีรวดเร็วที่สุดในวันนี้รองจากจีน ไม่ได้ครอบคลุมถึงทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกลซึ่งคนส่วนใหญ่ยังมีฐานะที่ยากจน

ขณะเดียวกัน เหตุสังหารหมู่ตำรวจครั้งนี้ยังทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่ากองกำลังรักษาความมั่นคงของอินเดียทั้งทหารและตำรวจมีการฝึกฝนและเตรียมตัวดีพร้อมหรือยัง โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มกบฏเหมา

ขณะที่รัฐสภาก็เผชิญการตั้งคำถามจากฝ่ายค้าน ถึงการรับมือกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งในหลายรัฐทั่วประเทศในอีก 2 ปีข้างหน้า ขณะที่นายกรัฐมนตรีมานโมฮัน ซิงห์ เคยกล่าวถึงกบฏเหมาเอาไว้ว่าเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดต่อความมั่นคงภายในของอินเดีย

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์