
บริกส์เล็งตั้งสถาบันการเงิน
บริกส์เดินหน้าตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาของตัวเอง หวังใช้แทนที่บทบาทไอเอ็มเอฟเวิลด์แบงก์
บริกส์เดินหน้าตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาของตัวเอง หวังใช้แทนที่บทบาทไอเอ็มเอฟเวิลด์แบงก์
บลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันที่ 26 มี.ค. ว่า กลุ่มประเทศบริกส์ ซึ่งประกอบไปด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ซึ่งถือเป็นกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กำลังพิจารณาก่อตั้งสถาบันทางการเงินของกลุ่มขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อทดแทนบทบาทของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) และกองทุนการเงินต่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่ถูกครอบงำด้วยประเทศร่ำรวยอยู่
ในการประชุมประจำปีของบริกส์ ที่เมืองเดอร์แบนในแอฟริกาใต้ ซึ่งเปิดม่านขึ้นเมื่อวันที่ 26 มี.ค. บรรดาผู้นำของกลุ่มบริกส์เตรียมที่จะอนุมัติแผนดังกล่าวเพื่อก่อตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งใหม่ขึ้น นอกจากนั้นบริกส์ยังคงมีแผนที่จะใช้ระบบกองทุนสำรองสกุลเงินระหว่างประเทศร่วมกันอีกด้วย เพื่อลดความเสี่ยงในกรณีที่เกิดวิกฤตค่าเงินขึ้นในโลก
“เหตุผลที่ชัดที่สุดสำหรับบริกส์ต่อการจัดตั้งสถาบันการเงินของตัวเองขึ้นใหม่นี้ก็คือ บริกส์กำลังหันมาหาสู่โลกกำลังพัฒนามากขึ้นแทนที่จะเป็นโลกพัฒนาแล้ว โลกเริ่มเกิดการเปลี่ยนถ่ายอำนาจมาสู่ตลาดเกิดใหม่มากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่วิตกกังวลกันในโลกตะวันตกมากขึ้นกว่าเดิมด้วย” มาร์ไทน์ ดาวีส์ ซีอีโอบริษัทวิจัยตลาดเกิดใหม่ “ฟรอนเทียร์ แอดไวซอรี” ให้ความเห็น
ทั้งนี้ ทั้ง 5 ประเทศบริกส์เมื่อรวมกันแล้วจะมีเงินสำรองต่างประเทศมากถึง 4.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 132 ล้านล้านบาท) และมีประชากรรวมกันคิดเป็น 43% ของประชากรโลกทั้งหมด ซึ่งขณะนี้บริกส์พยายามที่จะก้าวสู้อำนาจทางการเงินมากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับอำนาจทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในโลก
อย่างไรก็ตาม ทางด้าน มาอิต เอ็นโคอานา มาชาบาเน รัฐมนตรีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของแอฟริกาใต้ ให้ความเห็นว่า ประเทศบริกส์เองก็จำเป็นต้องเปลี่ยนรูปแบบวิธีการในสถาบันการเงินระหว่างประเทศด้วยเช่นกัน
ขณะเดียวกันเป็นที่รู้กันดีว่าโควตาเสียงโหวตของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะบริกส์ ซึ่งมีอำนาจการต่อรองมากขึ้นในตลาดโลกนั้น แต่กลับมีเสียงโหวตในเวิลด์แบงก์และไอเอ็มเอฟน้อยกว่าชาติตะวันตกหลายชาติ ทั้งๆ ที่สมาชิกบริกส์มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่ามาก
เมื่อปีที่แล้วผู้แทนจากประเทศกำลังพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นไนจีเรียและโคลัมเบีย ก็ไม่ได้รับการเลือกให้นั่งเป็นประธานเวิลด์แบงก์ โดยที่เก้าอี้ดังกล่าวยังตกเป็นของผู้สมัครจากสหรัฐ ซึ่งก็คือ จิมยองคิม ประธานเวิลด์แบงก์คนปัจจุบัน ขณะที่ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ ก็ยังเป็นชาวยุโรป คือ คริสติน ลาการ์ด นั่นเอง







