
จับตาสภาไซปรัสผ่านกม.ภาษี ปลดล็อกเงินกู้25มี.ค.นี้
ไซปรัสไฟเขียวร่างกฎหมายตามเงื่อนไขเงินกู้ 3 ฉบับ ลุยลงมติกฎหมายภาษีเงินฝากต่อวันนี้ หวังสรุปทันเส้นตาย 25 มี.ค.
ไซปรัสไฟเขียวร่างกฎหมายตามเงื่อนไขเงินกู้ 3 ฉบับ ลุยลงมติกฎหมายภาษีเงินฝากต่อวันนี้ หวังสรุปทันเส้นตาย 25 มี.ค.
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ไซปรัสไฟเขียวร่างกฎหมายตามเงื่อนไขเงินกู้ 3 ฉบับ ลุยลงมติกฎหมายภาษีเงินฝากต่อวันนี้ หวังสรุปทันเส้นตาย 25 มี.ค.
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไซปรัส ลงมติผ่านร่างกฎหมายสำคัญ 3 ฉบับ จากทั้งหมด8 ฉบับ อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนสำรอง (แผนบี) ของข้อตกลงรับความช่วยเหลือทางการเงินจากสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ในการระดมทุนให้ได้ 5,800 ล้านยูโร เพื่อแลกกับเงินช่วยมูลค่า 1 หมื่นล้านยูโร ภายในกำหนด25 มี.ค.นี้
ในจำนวนกฎหมายที่ได้รับการอนุมัติด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 26 ต่อ 2 เสียงครั้งนี้ หมายรวมถึงร่างกฎหมายปรับโครงสร้างภาคธนาคารที่มีปัญหา เช่น ธนาคารป๊อปปูลาร์ ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ที่ล่าสุด มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐได้ปรับลดอันดับเครดิตของธนาคารลงเหลือระดับ Caa3 เช่นเดียวกับแบงก์ออฟไซปรัส และธนาคารเฮเลนิก ธนาคารขนาดใหญ่ 3 อันดับแรกในประเทศ ที่เสี่ยงขาดทุนอย่างหนักภายหลังประชาชนขาดความเชื่อมั่นและแห่ถอนเงินมากขึ้น
นอกจากนี้ รัฐสภาได้ลงมติเห็นชอบกฎหมายการควบคุมเงินทุนเคลื่อนย้าย (แคปปิตอล คอนโทรล) เพื่อคุมเงินไหลออกประเทศ ภายหลังเกิดกระแสการแห่ถอนเงินจากระบบธนาคารในไซปรัสมากกว่า 10% ภายในไม่กี่วัน พร้อมกับเห็นชอบกฎหมายการจัดตั้งกองทุนเอกภาพแห่งชาติ ซึ่งเปิดทางให้มีการระดมเงินกองกลางจากทรัพย์สินของรัฐ เช่น การดึงรายได้ของรัฐจากการขายก๊าซธรรมชาติในอนาคต ตลอดจนรายได้จากเบี้ยบำนาญ นำมาใช้ในการออกพันธบัตรฉุกเฉินเพื่อระดมทุนในการแก้วิกฤตการเงินต่อไปอีกด้วย
กระนั้นก็ตาม รัฐสภาไซปรัสยังมีกำหนดเห็นชอบกฎหมายอีก 5 ฉบับที่เหลืออีกครั้งภายในวันที่ 24 มี.ค. โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายการจัดเก็บภาษีเงินฝาก ที่ก่อนหน้านี้ทางรัฐสภาได้มีมติโหวตคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าว ภายหลังเกิดกระแสคัดค้านจากประชาชนอย่างหนัก
รายงานอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไซปรัสกำลังหารือเกี่ยวกับอัตราการจัดเก็บภาษีเงินฝากเฉพาะผู้ที่มีเงินในบัญชี 1 แสนยูโรขึ้นไป ว่าอาจพุ่งสูงถึง 20-25% ซึ่งสูงขึ้นจากร่างกฎหมายที่เสนอก่อนหน้านี้ ที่กำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีีเงินฝากแก่ผู้ที่มีเงินในธนาคารตั้งแต่ 2 หมื่น 1 แสนยูโร ที่ 6.75% และผู้ที่มีบัญชีเงินฝาก 1 แสนยูโรขึ้นไป จะเผชิญภาษีในอัตราสูงสุด 9.9% โดยจะยกเว้นให้เฉพาะผู้ที่มีบัญชีเงินฝากไม่เกิน 2 หมื่นยูโร
การเจรจาผ่านร่างกฎหมายเหล่านี้ นับเป็นทางออกสุดท้ายของไซปรัส ภายหลังความพยายามของรัฐบาลในการหันไปขอความช่วยเหลือด้านการเงินจากรัฐบาลรัสเซีย พร้อมทั้งร้องขอให้ผ่อนเงื่อนไขและเพิ่มจำนวนเงินกู้ 2,500 ล้านยูโร (ราว 9.75 หมื่นล้านบาท) ที่รัสเซียเคยให้ไว้เมื่อปี 2011 เพิ่มเติมนั้น ประสบความล้มเหลวลง
หากรัฐสภาไซปรัสล้มเหลวในการบรรลุแผนข้อตกลงได้ทันกำหนดในวันที่ 25 มี.ค.นี้ บรรดาเจ้าหนี้ทั้งอียู ไอเอ็มเอฟ และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะยกเลิกการช่วยเหลือทางการเงินฉุกเฉินแก่ภาคธนาคารของไซปรัสซึ่งจะส่งผลให้ธนาคารเข้าสู่ภาวะล้มละลาย และอาจจุดชนวนให้ไซปรัสต้องออกจากการเป็นสมาชิกยูโรโซนในที่สุด
เอเอฟพีรายงานอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดของอียูโดยไม่เปิดเผยนาม ระบุอีกว่า ในขณะนี้ทางสหภาพยุโรปเตรียมความพร้อมที่จะขับไซปรัสออกจากยูโรโซน เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะลุกลามต่อชาติสมาชิกอื่นๆ ที่ยังเปราะบาง เช่น กรีซ สเปน และอิตาลี อีกด้วย
สถานการณ์ทางการเงินในไซปรัสที่ยังคงไร้เสถียรภาพ ส่งผลให้เกิดความวุ่นวายในสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดพนักงานธนาคารและวัยรุ่นที่สวมเสื้อมีฮูดราว 30 คน มารวมตัวประท้วงที่ด้านหน้ารัฐสภา และเผาธงสหภาพยุโรป พร้อมตะโกนแสดงความต่อต้านแผนจัดเก็บภาษีเงินฝาก โดยให้เหตุผลว่าเป็นแนวทางแก้ปัญหาที่ไร้ประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของไซปรัสยังส่งผลกระทบลุกลามให้ดัชนีตลาดหุ้นในสหรัฐปรับตัวลงเล็กน้อย โดยดัชนีเอชแอนด์พี 500 ปรับตัวลดลง 0.2% ปิดตลาดที่ 1,556.89 จุด ขณะที่การเจรจาการค้าเสรีระหว่างยุโรปและญี่ปุ่น ที่มีกำหนดหารือกันในสัปดาห์หน้า ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดเช่นกัน
แรงกดดันรอบด้าน ส่งผลให้ นิคอสอะนาสตาเซียเดส ประธานาธิบดีไซปรัส ตัดสินใจเดินทางไปกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม เพื่อเจรจากับทรอยกา เกี่ยวกับเงื่อนไขการรับเงินกู้อีกครั้ง ก่อนหน้าที่ คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ พร้อมด้วยบรรดารัฐมนตรีคลังยูโรโซนมีกำหนดเดินทางเยือนกรุงบรัสเซลส์ในวันที่ 24 มี.ค. เพื่อหาข้อสรุปการอนุมัติเงินช่วยเหลือแก่ไซปรัสในวันที่ 25 มี.ค.นี้







