posttoday
นายกฯถกนิวซีแลนด์เปิดช่องขยายการค้า-ลงทุน

นายกฯถกนิวซีแลนด์เปิดช่องขยายการค้า-ลงทุน

22 มีนาคม 2556

นายกรัฐมนตรีนำคณะโรดโชว์นิวซีแลนด์ เปิดช่องทางขยายการค้าการลงทุนระหว่าง2ประเทศ ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้า 2 ประเทศ อีก 2.5พันล้านเหรียญใน 5 ปี

นายกรัฐมนตรีนำคณะโรดโชว์นิวซีแลนด์ เปิดช่องทางขยายการค้าการลงทุนระหว่าง2ประเทศ ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้า 2 ประเทศ อีก 2.5พันล้านเหรียญใน 5 ปี

ผู้สื่อข่าวบางกอกโพสต์ รายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบรัฐบาล เมืองโอ๊คแลนค์ (Government House Pavilion) โดยพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการเป็นไปตามรูปแบบตามธรรมเนียมเมารี ซึ่งมีการแสดงของนักรบชาวเมารี การกล่าวต้อนรับโดยผู้อาวุโสชาวเมารี และต้อนรับด้วยสัมผัสจมูก ตามประเพณีเมารี หรือ Hongi

จากนั้น นายกรัฐมนตรีร่วมพิธีตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ ของ กองทัพอากาศ และ ดุริยางคกองทัพเรือ ภายหลัง เสร็จสิ้นพิธีต้อนรับ  นายกรัฐมนตรีหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์

โดยภายหลังการหารือ นายสุรนันทน์  เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ใช้โอกาสนี้ ยืนยันถึงเสถียรภาพทางการเมืองและพลวัตรเศรษฐกิจที่เข้มแข็งของไทย รวมทั้ง การดำเนินยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศ และการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง โดยมีแผนการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง อาทิ โครงการบริหารจัดการระบบน้ำ และรถไฟความเร็วสูง และความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน (connectivity) ซึ่งโครงการลงทุนเหล่านี้ จะเอื้อโอกาสการค้าและการลงทุนของนิวซีแลนด์ในประเทศไทย อีกทั้ง การขยายเครือข่ายการค้าและการลงทุนของไทยในนิวซีแลนด์ อีกด้วย ซึ่งในการเยือนนี้ มีภาคเอกชนไทยในสาขาที่มีศักยภาพ เช่น อาหาร สินค้าเกษตร การท่องเที่ยว วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมคณะ เพื่อสร้างเครือข่ายและแสวงหาความร่วมมือกับภาคเอกชนนิวซีแลนด์ด้วย
 
ในการหารือ ผู้นำทั้งสองต่างแสดงเจตนารมณ์ที่จะเร่งเสริมสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือในสาขาต่างๆ ที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพระหว่างกัน โดยเห็นพ้องถึงความร่วมมือ ดังนี้

ความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคง ไทยและนิวซีแลนด์มีความร่วมมือด้านการทหารที่ใกล้ชิดกันผ่านกลไก Thailand – New Zealand Bilateral DefenceTalks อย่างสม่ำเสมอ และนิวซีแลนด์ให้การสนับสนุนไทยผ่านโครงการ Mutual Assistance Programme(MAP) มาตั้งแต่ปี 2521 โดยนิวซีแลนด์ยืนยันสนับสนุนไทยผ่านโครงการนี้ต่อไป รวมทั้ง เห็นพ้องขยายความร่วมมือผ่านข้อตกลงว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติการพัฒนาความร่วมมือของตำรวจระหว่างกัน และความร่วมมือด้านการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรบุคคล (capacity building) โดยเฉพาะด้านนิติวิทยาศาสตร์ที่นิวซีแลนด์มีความเชี่ยวชาญ

ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้า ไทยและนิวซีแลนด์มีความสำเร็จในการส่งเสริมการค้าระหว่างกัน ซึ่งปัจจัยสำคัญมาจาก กลไกความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น ( Closer Economic Partnership – CEP )ซึ่งทำให้ปริมาณการค้าระหว่างกันเพิ่มมากขึ้นเกือบ 3 เท่าตัวหลังการจัดทำความตกลงดังกล่าวเมื่อปี 2548 อีกทั้ง การปฏิบัติตามพันธกรณีในด้านต่าง ๆ มีความคืบหน้าอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังสามารถเพิ่มปริมาณการค้าระหว่างกัน และมั่นใจว่าภายใน 5 ปีนี้ มูลค่าการค้าสมารถเพิ่มขึ้นถึง 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยซึ่งไทยและนิวซีแลนด์จะร่วมกันหาลู่ทางความร่วมมือใหม่ๆ ด้วยการเปิดตลาดให้กับสินค้าให้หลากหลายยิ่งขึ้น ด้วยการ การทบทวนมาตรการป้องกันพิเศษ( SSG) มาตรการป้องกันพิเศษด้านเกษตรกรรม ( Special Agriculture Safeguards ) และการผ่อนปรนข้อกำหนดมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช( SPSs) ที่ทำให้ไทยและนิวซีแลนด์สามารถเข้าถึงตลาดระหว่างกันได้มากขึ้น ซึ่งขณะนี้ ไทยสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ปลาแซลมอนไปนิวซีแลนด์ได้

ไทยและนิวซีแลนด์ จะร่วมสนับสนุนภาคเอกชนของทั้งสองประเทศในการแสวงหาลู่ทางเศรษฐกิจ และการขยายการค้าและการลงทุนระหว่างกัน นอกจากนี้ นิวซีแลนด์ ยินดีเป็นประตูสู่ภูมิภาคแปซิฟิกใต้ และประตูสู่เชื่อมต่อไปยังภูมิภาคลาตินอเมริกาต่อไป
 
ความร่วมมือด้านการศึกษา มีการหารือถึงความสำคัญของความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน และเห็นว่า การศึกษาเป็นพื้นฐานสำคัญของการติดต่อระหว่างกัน โดยเฉพาะเยาวชนไทยที่สนใจมาศึกษาที่นิวซีแลนด์จำนวนมาก ซึ่งหน่วยงานด้านการศึกษาของสองประเทศถือว่ามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือนี้ และนิวซีแลนด์ได้ให้การสนับสนุนทุนการศึกษาสำหรับครูผู้สอนของไทย รวมทั้งการฝึกอบรมภาษาอังกฤษ ในครั้งนี้ จึงมีการลงนามข้อตกลงด้านการศึกษา โดยเฉพาะสาขาความร่วมมือใหม่ด้านอาชีวศึกษา ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือนี้ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
 
ความร่วมมือด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเฉพาะด้านความมั่นคงและปลอดภัยทางอาหารและการเกษตร ที่ต้องการให้มีการผลักดันความร่วมมือในฐานะที่ทั้งไทยและนิวซีแลนด์ล้วนเป็นผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก และนิวซีแลนด์มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการจัดการการเกษตร โดยเฉพาะด้านการบริหารสหกรณ์การเกษตรและการปศุสัตว์ ที่ฝ่ายไทยสามารถเรียนรู้จากนิวซีแลนด์ได้ ทั้งนี้ แรงงานไทยที่ทำงานในภาคการเกษตรของนิวซีแลนด์ ซึ่งนิวซีแลนด์เห็นว่าเป็นแรงงานที่มีคุณภาพ และจะได้รับการส่งเสริมให้เรียนรู้การจัดการทางการเกษตรที่ทันสมัยไปพร้อมกับการได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรม ซึ่งจะช่วยให้แรงงานไทยไปทำงานด้านการเกษตรเพิ่มขึ้นในอนาคต
 
ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนและความเข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปมาระหว่างกันจำนวนมากโดยการบินไทยสนับสนุนเที่ยวบินตรงระหว่างสองประเทศ และนิวซีแลนด์จะพิจารณายกเว้นการตรวจลงตราให้กับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย เพื่อเพิ่มปริมาณการเดินทางไปมาระหว่างกัน และไทยกำลังพัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (medical tourism) ซึ่งจะเปิดกว้างทางเลือกสำหรับนักท่องเที่ยวชาวนิวซีแลนด์ที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีเชิญนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์เข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-20 พฤษภาคม 2556 นี้ ที่จังหวัดเชียงใหม่

ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายกรัฐมนตรีทั้งสองร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงจำนวน 2 ฉบับ คือ ร่างแถลงการณ์ร่วมหุ้นส่วนการศึกษาไทย- นิวซีแลนด์ ซึ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเจ้าหน้าที่และนักศึกษา ความร่วมมือระหว่างสถาบัน และพัฒนาการอบรมในระดับต่างๆ รวมทั้งอาชีวะศึกษา และร่างหนังสือแสดงความจำนงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและนวัตกรรมไทย-นิวซีแลนด์ ก่อนจะร่วมแถลงข่าวถึงความสำเร็จของการหารือทวิภาคี

ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้า น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางถึงเมือง Auckland New Zealand  ในการเยือนอย่างเป็นทางการ 22 – 24มีนาคม 2556 ตามคำเชิญของ John Key นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์

นายกรัฐมนตรี ร่วมงานเลี้ยงรับรอง เพื่อส่งเสริมการสร้างเครือข่ายการค้าและการลงทุนระหว่างนักธุรกิจไทย และนักธุรกิจนิวซีแลนด์ ซึ่งจัดโดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวลลิงตันสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และสภาธุรกิจอาเซียน-นิวซีแลนด์ (ASEAN New Zealand Combined Business Council - ANZCBC)

โดยมีนาย Steven Joyce รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจนิวซีแลนด์ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ ในงานดังกล่าวนักธุรกิจไทยที่ร่วมคณะนายกรัฐมนตรีได้มีโอกาสพบปะกับนักธุรกิจนิวซีแลนด์ซึ่งเข้าร่วมงาน กว่า 100 คน ทำให้ได้มีโอกาสพบและรู้จักเพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างกัน

นาย Steven Joyce กล่าวเปิดงานพร้อมทั้งกล่าวชื่นชมความเป็นหุ้นส่วนระหว่างไทยและนิวซีแลนด์ ที่มีพื้นฐานที่เข้มแข็ง รัฐบาลสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นและใกล้ชิด ส่งผลให้ความร่วมมือต่างๆดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยทั้งสองประเทศต่างเป็นผู้ส่งออกอาหารรายสำคัญของโลก จึงสามารถแลกเปลี่ยนแนวคิดและความรู้ เพื่อพัฒนาสินค้า รวมทั้ง มีผลผลิตทางการเกษตร เช่น ผลไม้กีวี่ แอปเปิ้ล ที่นิวซีแลนด์มีความเชี่ยวชาญด้านการปลูกและเก็บรักษา ซึ่งไทยสามารถเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์

นอกจากนี้ ความร่วมมือด้านการศึกษา พลังงานสะอาด และการท่องที่ยว เป็นสาขาที่สองประเทศต่างให้ความสนใจและสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือและประโยชน์ระหว่างกันได้

จากนั้น นส ยิ่งลักษณ์  นายกรัฐมนตรีได้ปาฐกถาพิเศษ โดยกล่าวถึงสัมพันธภาพ ระหว่างไทยและนิวซีแลนด์ที่เติบโตขึ้นบนพื้นฐานมิตรภาพที่แนบแน่นมายาวนานกว่า 50 ปี และความสัมพันธ์นี้ยิ่งเข้มแข็งขึ้นด้วยกลไกของความตกลงเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิด ระหว่างสองประเทศ ตามข้อตกลงที่มีข้อตกลงตั้งแต่ปี 2548 ส่งผลให้มูลค่าการค้าระหว่างกันเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า โดยทั้งสองประเทศยังมุ่งมั่นขยายปริมาณการค้าให้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในปี 2563 ซึ่งสาขาสำคัญที่สองประเทศจะร่วมมือกันได้ เช่น เกษตรกรรม ที่ไทยและนิวซีแลนด์ต่างเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรกรรมรายสำคัญ โดยไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวและผลไม้ ขณะที่นิวซีแลนด์ส่งออกผลไม้กีวี่แลผลิตภัณฑ์นม ดังนั้น จึงสามารถร่วมมือกัน ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์  การบริหารจัดการหลังการเก็บเกี่ยว  การเก็บรักษา และมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร

นอกจากนี้ การท่องเที่ยวเป็นอีกสาขาหนึ่งที่จะเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกัน ด้วยทั้งสองประเทศต่างมีทัศนียภาพที่งดงาม ซึ่งขณะนี้มีนักท่องเที่ยวนิวซีแลนด์เดินทางไปไทยจำนวนร่วม 100,000 คนในปีแต่ละปี ไทยและนิวซีแลนด์จึงสมารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง การแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ความร่วมมือการผลิตภาพยนต์จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วย

นายกรัฐมนตรีได้บรรยายถึงสถานการณ์ของประเทศไทย โดยกล่าวว่า การเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนกับนิวซีแลนด์ประสบความสำเร็จเพราะ ไทยมีเสถียรภาพทางการเมือง ที่ส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างเข้มแข็งกว่าที่ประมาณการไว้ โดยเติบโตร้อยละ 6.4 เมื่อปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ รัฐบาลยังดำเนินโยบายกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศและส่งเสริมการลงทุน ที่มีการลดภาษีรายได้นิติบุคลจาก ร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 23 ขณะเดียวกันสถานะการเงิน การคลังยังคงแข็งแกร่ง และรัฐบาลบริหารจัดการเพื่อรักษาหนี้สาธารณะต่อ GDP ไว้ที่ร้อยละ 42 ซึ่งทำให้รัฐบาลยังสามารถดำเนินโครงการสาธารณูปโภคสำคัญ และนโยบายอื่นๆเพื่อส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง ขณะที่ยังสามารถรักษาวินัยทางการเงินได

 

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท