
คุโรดะ พร้อมลุย "นโยบายผ่อนปรน" ญี่ปุ่นครบ 2 ปี สึนามี
ว่าที่ผู้นำใหม่บีโอเจลั่น พร้อมลุยนโยบายผ่อนปรนทางการเงินดับปัญหาเงินฝืด ญี่ปุ่นครบรอบ 2 ปี แผ่นดินไหว/สึนามิ/วิกฤตนิวเคลียร์ฟูกุชิมา
ว่าที่ผู้นำใหม่บีโอเจลั่น พร้อมลุยนโยบายผ่อนปรนทางการเงินดับปัญหาเงินฝืด ญี่ปุ่นครบรอบ 2 ปี แผ่นดินไหว/สึนามิ/วิกฤตนิวเคลียร์ฟูกุชิมา
ฮารูฮิโกะ คุโรดะ ว่าที่ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) คนใหม่ส่งสัญญาณชัดเจน พร้อมใช้มาตรการผ่อนปรนทางการเงินทันทีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมกับแสดงความมั่นใจว่านโยบายทางการเงินสามารถแก้ปัญหาเงินฝืดที่ญี่ปุ่นประสบมานานได้
คุโรดะ ย้ำว่า การอ่อนค่าของเงินเยนยังเป็นผลตามมาที่คาดการณ์ได้จากการใช้นโยบายผ่อนปรนทางการเงินดังกล่าวด้วย ซึ่งหาก คุโรดะ ซึ่งเป็นอดีตประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการบีโอเจคนใหม่จริง คาดว่าบีโอเจจะเริ่มผ่อนปรนทางการเงินเร็วที่สุดหลังการประชุมคณะกรรมการผู้กำหนดนโยบายในวันที่ 34 เม.ย.นี้ทันที
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คุโรดะ เคยกล่าวไว้ว่า บีโอเจจะทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อยุติปัญหาเงินฝืดในประเทศที่เรื้อรังมานานกว่า 15 ปีให้ได้ ซึ่งการใช้นโยบายซื้อคืนพันธบัตรของบีโอเจนั้นจะมาถึงก่อนปีหน้าแน่นอน
ทว่า คุโรดะ ยังปฏิเสธความเห็นจากนักการเมืองและนักเศรษฐศาสตร์ที่แนะว่าญี่ปุ่นควรซื้อพันธบัตรต่างชาติเพื่อทำให้ค่าเงินเยนอ่อนค่า โดยยืนยันว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาวิธีดังกล่าวเป็นทางเลือกใน การกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ
“เป็นหน้าที่รับผิดชอบของรัฐบาลที่จะสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ ไม่ใช่หน้าที่ของบีโอเจ หน้าที่ของบีโอเจคือการสร้างเสถียรภาพให้กับราคา” คุโรดะ กล่าว
ว่าที่ผู้นำบีโอเจคนใหม่ยังกล่าวอีกว่า บีโอเจจะสามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% ตามเป้าที่รัฐบาลวางไว้ได้อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ เศรษฐกิจญี่ปุ่นได้ประสบกับปัญหาเงินฝืดเรื้อรัง อีกทั้งยังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัญหาภัยธรรมชาติแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิถล่มเมื่อ2 ปีก่อน ตลอดจนปัญหาน้ำท่วมในประเทศไทยที่ทำให้ภาคการผลิตของเอกชนญี่ปุ่นในไทยชะงักลง
เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ยังเป็นวันครบรอบ 2 ปี เหตุแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2011 ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1.9 หมื่นคน และยังสร้างความเสียหายให้กับโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟูกุชิมาอย่างรุนแรง
รายงานระบุว่า นับตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้นมีประชาชนยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อบริษัท การไฟฟ้าโตเกียว (เทปโค) และรัฐบาลญี่ปุ่น เป็นเงิน 5 หมื่นเยนต่อเดือน โดยมีการฟ้องถึง 800 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดฟูกุชิมา ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว







