
ฝ่ายซ้ายในละตินอเมริกา
เป็นที่จับตามองจากทั่วโลก สำหรับข่าวการเสียชีวิตของประธานาธิบดี ฮูโก ชาเวซ แห่งเวเนซุเอลา เนื่องจากหลายฝ่ายกำลังสนใจว่าอนาคตและทิศทางของประเทศ โดยเฉพาะกิจการน้ำมันขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันครอบครองโดยรัฐนั้นเป็นไปในทิศทางไหน และผู้นำที่จะขึ้นมาแทนที่จะเปิดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนหรือไม่
เป็นที่จับตามองจากทั่วโลก สำหรับข่าวการเสียชีวิตของประธานาธิบดี ฮูโก ชาเวซ แห่งเวเนซุเอลา เนื่องจากหลายฝ่ายกำลังสนใจว่าอนาคตและทิศทางของประเทศ โดยเฉพาะกิจการน้ำมันขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันครอบครองโดยรัฐนั้นเป็นไปในทิศทางไหน และผู้นำที่จะขึ้นมาแทนที่จะเปิดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนหรือไม่
แม้คำตอบที่แน่ชัดของเวเนซุเอลาในยุคที่ไร้ซึ่งเงาของ ชาเวซ จะยังไม่มีใครรู้ แต่สิ่งที่รู้คือ ผู้นำของเวซุเอลาผู้นี้ถือเป็นหนึ่งในผู้จุดกระแสการบริหารประเทศตามแบบสังคมนิยมในทวีปละตินอเมริกาให้ฟื้นกลับขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากทำท่าว่าจะหมดสิ้นไปหลังสิ้นสุดยุคสงครามเย็น จนทำให้แนวคิดนี้เป็นที่แพร่หลายแก่ผู้นำรุ่นใหม่หลายประเทศในแถบดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น อีวา โมลาเลส ของโบลิเวีย ราฟาเอล คอร์เรีย ของเอกวาดอร์ หรือแม้กระทั่ง คริสตินา เคิร์ชเนอร์ ประธานาธิบดีหญิงแห่งอาร์เจนตินาก็รับอิทธิพลจากแนวคิดของ ชาเวซ ไปด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ เมื่อปีที่ผ่านมา ผู้นำหญิงเหล็กแห่งอาร์เจนตินา ได้ผลักดันกฎหมายยึดครองกิจการน้ำมันบริษัท วายพีเอฟ จากเอกชนสเปน คืนสู่อ้อมอกรัฐ ขณะที่ไม่นานหลังจากนั้น โบลิเวีย ก็เอาแบบอย่างบ้าง ด้วยการยึดกิจการไฟฟ้าจากบริษัทเอกชนของสเปนคืนมาเป็นของรัฐเช่นกัน
สำหรับสาเหตุที่ทำให้กระแสความนิยมลัทธิการเมืองแบบสังคมนิยมแพร่หลายอีกครั้งก็คือ ความล้มเหลวของระบบเศรษฐกิจแบบกลไกตลาดที่ไม่สามารถตอบสนองและแก้ไขปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำได้ ดังนั้นกระแสสังคมนิยมที่เน้นความเท่าเทียมและให้ความสำคัญกับเรื่องของความจำเป็นขั้นพื้นฐานของมนุษย์ จึงเข้ามาแทนที่
จึงไม่แปลกใจที่การเสียชีวิตของ ชาเวซ จะไม่ใช่มีแต่ชาวเวเนซุเอลาเท่านั้นที่เศร้าโศกเสียใจ หากแต่ยังมีประเทศอื่นๆ ในละตินอเมริกาและที่อื่นๆ ในโลกที่รู้สึกเศร้าสลดไปด้วย เพราะคนคนนี้ถือเป็นไอดอลทางสังคมนิยมตัวจริงเสียงจริงที่ยังมีหลงเหลืออยู่ในโลกใบนี้







