
จีนเปิดม่านประชุมใหญ่เผยพิมพ์เขียวศก. เน้นโตยั่งยืน
จีนเปิดประชุมสมัชชาแห่งชาติ คลอดพิมพ์เขียวเศรษฐกิจปี 2556 ตั้งเป้าจีดีพี 7.5% เน้นกระตุ้นบริโภคในประเทศ เร่งกวาดล้างคอร์รัปชัน
จีนเปิดประชุมสมัชชาแห่งชาติ คลอดพิมพ์เขียวเศรษฐกิจปี 2556 ตั้งเป้าจีดีพี 7.5% เน้นกระตุ้นบริโภคในประเทศ เร่งกวาดล้างคอร์รัปชัน
เวินเจียเป่า นายกรัฐมนตรีจีน ได้กล่าวปราศรัยในระหว่างการประชุมสมัชชาประชาชนแห่งชาติ (เอ็นพีซี) ประจำปีเมื่อวันที่ 5 มี.ค. ว่า จีนจะเดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจประเทศ โดยเน้นขับเคลื่อนด้วยการบริโภคภายในประเทศและสร้างความเท่าเทียมทางรายได้อย่างเต็มที่ ควบคู่กับการเร่งกวาดล้างคอร์รัปชันสู่สังคมที่โปร่งใสมากขึ้น เพื่อเป็นหลักประกันว่าเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่สุดอันดับ 2 ของโลกจะขยายตัวได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
นายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า ซึ่งกำลังจะก้าวลงจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการในสัปดาห์นี้ ประกาศพิมพ์เขียวประจำปี 2556 โดยตั้งเป้าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2556 ที่ 7.5% ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่กำหนดไว้ในปี 2555 พร้อมกำหนดเป้าเงินเฟ้อไว้ที่ 3.5% จากระดับ 2.6% ในปีที่แล้ว ตลอดจนถึงปรับเพดานตัวเลขขาดดุลงบประมาณมาอยู่ที่ 1.2 ล้านล้านหยวน หรือ 2% ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จากเดิมที่ 1.6% ของจีดีพี เปิดทางให้ภาครัฐเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ภายใต้พิมพ์เขียวทางเศรษฐกิจของรัฐบาลกรุงปักกิ่ง ยังครอบคลุมถึงการลุยใช้นโยบายการเงินและการคลังอย่างยั่งยืน ด้วยการสนับสนุนให้มีการลงทุนมากขึ้น ควบคู่กับการสร้างเกราะป้องกันปัจจัยเสี่ยงจากภายนอก
ขณะเดียวกัน เวินเจียเป่า ยังได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคแรงงาน สินค้าเกษตรกรรม และภาคบริการ อันเป็นผลมาจากการที่หลายประเทศทั่วโลกต่างผ่อนปรนนโยบายทางการเงินอย่างต่อเนื่อง
ด้านการค้าและการลงทุนในต่างประเทศ รัฐบาลจีนมุ่งเป้าการค้าระหว่างประเทศขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ระดับ 8% ในปีนี้ โดยจะเน้นสนับสนุนให้เอกชนจีนออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น แทนการพึ่งพาความได้เปรียบด้านต้นทุนแต่เพียงอย่างเดียว พร้อมตั้งเป้าผลักดันให้มีการปฏิรูปอัตราดอกเบี้ยตามกลไกตลาดและปรับปรุงกลไกอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นอีกด้วย
ส่วนในภาคเกษตรกรรม ภาครัฐเตรียมขยายเพดานรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวสาลีและข้าวสารจากเดิมที่ 10 หยวน เป็น 10.7 หยวนต่อ 50 กิโลกรัม ควบคู่กับการส่งเสริมให้มีการเพิ่มผลผลิตเกษตรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ยังเป็นประเด็นเร่งด่วนที่รัฐบาลจีนตั้งเป้าแก้ไขอย่างเต็มที่ โดยนักวิเคราะห์มองว่านอกจากใช้มาตรการทางภาษีแล้ว รัฐบาลจีนควรเร่งให้มีการแปรรูปกิจการเอกชนให้เป็นของรัฐ ตลอดจนถึงรื้อระบบหูโคว หรือการลงทะเบียนคนงานให้สามารถทำงานในเขตที่ได้รับสิทธิเท่านั้น ซึ่งจะส่งผลให้งานดีๆ กระจุกอยู่แต่ในระบบราชการและรัฐวิสาหกิจส่วนกลาง และกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานรวมของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกเหนือจากประเด็นด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีจีน ประกาศกวาดล้างการคอร์รัปชันทุกรูปแบบด้วยมาตรการขั้นเด็ดขาด พร้อมหามาตรการแก้ไขปัญหามลภาวะทางอากาศที่กำลังเข้าขั้นวิกฤตอย่างเร่งด่วนอีกด้วย







