
โอบามาลงนามอนุมัติแผนตัดลด
ถกแผนตัดงบล่ม โอบามาเซ็นเริ่มมาตรการประหยัด กูรูหวั่นเสี่ยงสกัดเติบโตมะกัน
ถกแผนตัดงบล่ม โอบามาเซ็นเริ่มมาตรการประหยัด กูรูหวั่นเสี่ยงสกัดเติบโตมะกัน
ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ลงนามรับรองคำสั่งตัดลดงบประมาณรายจ่ายภาครัฐอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มี.ค. หลังการเจรจากับฝ่ายรีพับลิกันในสภาคองเกรสเพื่อเลี่ยง “ซีเควสเตรชัน” (Sequestration) หรือมาตรการตัดลดแบบเหมารวมล้มเหลว ทำให้รัฐต้องตัดรายจ่ายทั้งหมด โดยมีมูลค่ารวมกว่า 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.55 ล้านล้านบาท)
ประธานาธิบดีสหรัฐยอมรับหลังเซ็นอนุมัติว่า แม้ไม่คาดหวังหายนะทางการเงินใดๆ แต่ผลครั้งนี้จะส่งผลกระเทือนรุนแรงต่อประชาชน รวมถึงชื่อเสียงของรัฐบาลวอชิงตันด้วย
การรับรองข้างต้นยังทำให้นักเศรษฐศาสตร์วิตกมาก เพราะเห็นว่ามาตรการรัดเข็มขัดจะสกัดการเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐ โดยผลการคำนวณของสำนักงบประมาณรัฐสภา ข้อมูลสำคัญในการคาดการณ์ความเคลื่อนไหวของวอลสตรีต ระบุว่า การตัดลดจะทำให้ตัวเลขการเติบโตสหรัฐหายไปถึง 1.5%
ทว่า ความเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นสหรัฐกลับไม่ชี้ให้เห็นความกลัวผลกระทบจากแผนตัดลดของนักลงทุน โดยดัชนีสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ 500 ปิดตลาดเมื่อวันที่ 1 มี.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% อยู่ที่ 1,518.20 จุด
ด้านดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับเพิ่มอีก 89.09 จุด อยู่ที่ 14,089.66 จุด ทำสถิติสูงสุดตั้งแต่เดือน ต.ค. 2550 ทำให้โดยเฉลี่ยแล้วในเดือน ก.พ. ดัชนีเอสแอนด์พี 500 และดัชนีดาวโจนส์ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ที่ 1.1% และ 1.4%
นักวิเคราะห์ กล่าวว่า สาเหตุที่ตลาดยังปรับขึ้นได้ขณะนี้ มาจากตัวเลขผลประกอบการภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะภาคก่อสร้างที่เพิ่มสูงกว่าที่คาดไว้ และส่วนหนึ่งจากคำสัญญาของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐต่อไป
กระนั้น แม้สภาคองเกรสยังพอมีเวลาอีกหลายสัปดาห์ที่จะยับยั้งมาตรการซีเควสเตรชัน แต่ทั้งสองฝ่ายก็ยังไม่มีท่าทีรอมชอมกันได้ ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่หวังว่า ความโกรธเกรี้ยวของสังคมจะเป็นแรงกดดันใหสภาคองเกรสยอมจับมือเพื่อเลี่ยงผลกระทบจากการตัดลดงบประมาณ ซึ่งรวมถึงการจ้างงานและงบกองทัพ ที่จะแผ่ไปทั่วทุกภาคส่วนในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า







