posttoday
เมืองใหญ่น่าอยู่จริงหรือ

เมืองใหญ่น่าอยู่จริงหรือ

24 กุมภาพันธ์ 2556

คำถามที่ว่า “การใช้ชีวิตในเมืองใหญ่มีความสุขแค่ไหน” กลายเป็นประเด็นร้อนที่กำลังพูดคุยกันอย่างกว้างขวางในหมู่คนเมือง

คำถามที่ว่า “การใช้ชีวิตในเมืองใหญ่มีความสุขแค่ไหน” กลายเป็นประเด็นร้อนที่กำลังพูดคุยกันอย่างกว้างขวางในหมู่คนเมือง

อันเป็นผลจากสภาพแวดล้อมที่ต้องเผชิญในแต่ละวัน สร้างความเอือมระอาให้แก่พวกเขาเป็นอย่างมาก ดังเห็นได้จากปัญหาการจราจร มลพิษทางอากาศ ค่ารักษาพยาบาล ค่าบ้าน ซึ่งล้วนแต่เป็นปัญหาหนักอกของบรรดาคนเมือง และถือเป็น “โรคของคนเมือง” ที่นับวันจะเยียวยายากขึ้นทุกที ในขณะที่ดัชนีการเติบโตทางเศรษฐกิจกำลังดีดตัวสูงขึ้น ดัชนีความสุขของพวกเขากลับเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม ปัญหานานัปการที่กล่าวมาข้างต้นกำลังคุกคามการใช้ชีวิตและความสุขทางใจของคนเมืองอย่างหนัก ถึงกับมีการแสดงทัศนคติที่ว่า ปัจจุบันโรคของคนเมืองในประเทศจีนกำลังตกอยู่ในภาวะกำเริบอย่างรุนแรง

ในช่วงระยะ 10 ปีที่ผ่านมานี้ การบูรณาการด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามเมืองใหญ่ของจีนถือว่าอยู่ในจุดสูงสุด โฉมหน้าของบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เรียกว่าผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน ก็มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ที่เห็นเด่นชัดคงเป็นบ้านเรือนและถนนหนทางซึ่งถูกรื้อถอนและสร้างสิ่งปลูกสร้างหรือตัดถนนสายใหม่ๆ จำนวนนับไม่ถ้วน เงินทุนที่ระดมกันมาใช้ในกิจการก่อสร้างแทบจะเกินอัตรางบประมาณที่จัดสรรกันไว้

เมืองใหญ่น่าอยู่จริงหรือ

 

ผลพวงจากการนี้ทำให้เมืองขนาดกลางเลียนแบบสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่อย่างจัตุรัส ถนนหลายเลน อาคารพาณิชย์ หรือที่ทำการรัฐบาลที่หรูหราอย่างกับวังตามกันมาเป็นทิวแถว แต่กลับลืมให้ความสำคัญกับสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตอย่างการบำบัดน้ำเสีย การจัดเก็บขยะ ฯลฯ แม้ว่าหลายปีมานี้จะมีการตื่นตัวเรื่องการประหยัดพลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่การดำเนินงานในเรื่องเหล่านี้ยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำมาก

ที่ผ่านมามาตรฐานในการวัดว่าเมืองแห่งใดของประเทศมีความเจริญมักอิงกับ GDP มาโดยตลอด ผลก็คือ ความเป็นอยู่ที่ทันสมัยกลับไม่เพิ่มพูนความสุขทางใจให้แก่พวกเขา นั่นเป็นเพราะการให้ความสำคัญกับความเจริญทางวัตถุมากเกินไป ทิศทางการกำหนดดัชนีการพัฒนาความเจริญของเมืองส่วนใหญ่มักพุ่งเป้าไปที่การสร้างเมืองให้มีความทันสมัยทัดเทียมกับระดับสากล คาดหวังจะให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเงิน โดยไม่คำนึงถึงปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต

เราจะสังเกตเห็นว่า ผู้บริหารเมืองเกือบทุกระดับล้วนต้องการจะพัฒนาเมืองของตนให้มีความเจริญก้าวหน้าในช่วงที่ตนกำลังอยู่ในวาระ เพื่อเป็นเกียรติประวัติและสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ แต่ขั้นตอนการพัฒนาและบูรณาการเมืองมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมายที่ควรให้ความสำคัญและไม่ควรปล่อยผ่าน หลายครั้งที่เมืองต่างๆ ประสบภาวะภัยธรรมชาติอย่างร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและสวัสดิภาพของประชาชน การสร้างภาพลักษณ์ภายนอกอย่างฉาบฉวยดังที่เคยปฏิบัติกันมาย่อมสะท้อนให้เห็นถึงความบกพร่องในการดำเนินงานและการขาดความเอาใจใส่โครงการพัฒนาด้านต่างๆ อย่างจริงจัง

ตัวเลขที่เห็นเด่นชัดในเรื่องการยกระดับเมืองให้มีความทันสมัยเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 46.6 ในปี ค.ศ. 2009 จากปี ค.ศ. 1978 ที่อยู่ในระดับร้อยละ 17.4 เท่านั้น เรียกว่าเพิ่มขึ้นเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกปี เมืองขนาดใหญ่ที่มีประชากรอาศัยมากกว่าล้านคนของจีนมีไม่ต่ำกว่า 118 แห่ง การหลีกเลี่ยงปัญหาที่เกิดจากการพัฒนาเมืองอย่างไร้ทิศทางยังคงเป็นปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสนใจและมองหาแนวทางแก้ไข

เมืองใหญ่น่าอยู่จริงหรือ

 

เรื่องที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเมืองใหญ่ๆ ของจีนอันเป็นผลจากการขยายตัวเมืองให้มีความหลากหลายทางเศรษฐกิจมีทีท่าว่าจะแพร่กระจายไปตามเมืองที่มีขนาดรองลงมา แม้กระทั่งชาวเมืองกว่า 2 ล้านคนในหลันโจว () เมืองเอกของมณฑลที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งทุรกันดารของประเทศ ยังประสบกับภาวะมลพิษทางอากาศอย่างรุนแรงและมีปัญหาการจราจรอย่างรุนแรง สวนสาธารณะหลายแห่งที่สร้างเรียงรายอยู่บริเวณสองฟากฝั่งของแม่น้ำฮวงโหซึ่งมีความยาวหลายร้อยกิโลเมตรที่ไหลผ่านเมืองแห่งนี้ น่าจะเป็นแหล่งอากาศบริสุทธิ์และศูนย์รวมการออกกำลังกายของคนทุกเพศทุกวัย ความจริงก็เป็นเช่นนั้น แต่มีข้อน่าสังเกตว่า ผู้ที่มาบริหารร่างกายจำนวนไม่น้อยมักใช้ผ้าปิดปากขณะประกอบกิจกรรม เนื่องจากอากาศมีสารพิษนานาชนิดเจือปนอยู่ในปริมาณไม่น้อยนั่นเอง

อาจกล่าวได้ว่า เหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาตามเมืองใหญ่ๆ ส่วนหนึ่งมาจากการสร้างสาธารณูปโภคที่ไม่เพียงพอกับความต้องการ หลายครั้งที่ปริมาณการสร้างซึ่งกำหนดไว้รองรับคนจำนวนหนึ่ง กลับมีคนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลมาทำงานหรืออยู่อาศัยเพิ่มขึ้นในปริมาณมาก ทำให้สาธารณูปโภคขาดแคลน สิ่งที่ตามมาก็คือ การจราจรคับคั่ง สภาพแวดล้อมถูกทำลาย ค่าบ้านราคาแพง อาชญากรรมชุกชุม เป็นต้นเช่นนี้แล้ว จะเป็นเมืองที่น่าอยู่ได้อย่างไรกัน

หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การยับยั้งโครงการพัฒนาเมืองให้มีความเจริญก้าวหน้า แต่เป็นทิศทางการพัฒนาที่สอดคล้องกับสภาพการณ์จริงของเมืองแต่ละแห่ง และที่ขาดไม่ได้คือ ความร่วมมือจากประชาชน

องค์การสหประชาชาติมีการกำหนดดัชนีคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยมีการให้น้ำหนักไปที่คุณภาพของน้ำและอากาศ หลายชาติที่เคยชี้วัดความเจริญของเมืองด้วย GDP คงทราบดีว่าความเจริญของเมืองในทุกวันนี้กลับไม่ได้ตอบโจทย์ความสุขของประชากรแต่อย่างใด ในทางกลับกันการรณรงค์เมืองให้เป็นสีเขียว สร้างสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ให้แก่คนเมือง ถือเป็นการสร้างความพึงพอใจในการใช้ชีวิตมากกว่า ด้วยเหตุนี้ การพัฒนาเมืองที่ควบคู่ไปกับการพัฒนาปัจจัยการดำรงชีวิต ย่อมเป็นแนวทางที่ช่วยคลี่คลายปัญหาที่กำลังรุมเร้าคนเมืองอยู่ในขณะนี้ หากสามารถปฏิบัติได้จริง ความสุขก็จะมาเยือนเราในท้ายที่สุด

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท