
"จีน" คว่ำสหรัฐ ผงาดชาติทำการค้าเบอร์ 1 ของโลก
จีนขึ้นแท่นประเทศที่มีการค้าขายมากที่สุดในโลกแซงหน้าสหรัฐ ขยายอิทธิพลเขย่าการค้าระดับภูมิภาค
จีนขึ้นแท่นประเทศที่มีการค้าขายมากที่สุดในโลกแซงหน้าสหรัฐ ขยายอิทธิพลเขย่าการค้าระดับภูมิภาค
บลูมเบิร์ก รายงานว่า จีนได้แซงหน้าสหรัฐขึ้นเป็นประเทศที่มีปริมาณการค้าขายมากที่สุดในโลกไปเรียบร้อยแล้ว โดยตัวเลขจากกรมศุลกากรจีน ระบุว่า ปริมาณการส่งออกและนำเข้าของจีนในปี 2555 อยู่ที่ 3.87 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เฉือนสหรัฐซึ่งอยู่ที่ 3.82 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของจีนในการผงาดขึ้นมาท้าทายสหรัฐ ซึ่งครองความเป็นมหาอำนาจทางการค้ารายใหญ่ที่สุดในโลกมานับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 2488
นอกจากจีนจะมีปริมาณการค้าเฉือนชนะสหรัฐไปแล้ว ในปีที่ผ่านมานั้นจีนยังมีปริมาณการค้าเกินดุลสูงถึง 2.31 แสนล้านเหรียญสหรัฐ สวนทางกับสหรัฐ ซึ่งตัวเลขจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่า สหรัฐขาดดุลการค้าถึง 7.27 แสนล้านเหรียญสหรัฐอีกด้วย
จิม โอนีล ประธานฝ่ายการจัดการสินทรัพย์ของโกลด์แมน แซคส์ เปิดเผยว่า การผงาดของจีนครั้งล่าสุดนี้ จะยิ่งทำให้อิทธิพลทางเศรษฐกิจของจีนขยายตัวขึ้น และอาจกระทบต่อกลุ่มการค้าภายในภูมิภาค เนื่องจากจีนได้กลายเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของหลายประเทศไปแล้วเช่นกัน อาทิ เยอรมนี ซึ่งในช่วง 10 ปีมานี้ เยอรมนีส่งออกไปจีนมากกว่าที่ส่งออกไปฝรั่งเศสถึง 2 เท่า
“สำหรับหลายประเทศทั่วโลกนั้น จีนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะประเทศคู่ค้าที่สำคัญที่สุด ซึ่งอัตราการขยายตัวอย่างรวดเร็วนี้เอง อาจส่งผลให้ภายในปลายทศวรรษนี้ หลายประเทศยุโรปอาจมุ่งทำการค้าทวิภาคีกับจีนมากกว่ากับเพื่อนบ้านในยุโรปด้วยกันเอง” โอนีล กล่าว
ก่อนหน้านี้ ธนาคารเอชเอสบีซี ได้คาดการณ์ว่าจีนจะแซงหน้าสหรัฐขึ้นเป็นประเทศที่มีปริมาณการค้ามากที่สุดในโลกภายในปี 2559
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขของธนาคารโลก ระบุว่า สหรัฐยังคงรั้งตำแหน่งเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ต่อไป โดยสหรัฐมีขนาดของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่ 15 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2554 ที่ผ่านมา ขณะที่จีนมีจีดีพีอยู่ที่ 7.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
ทางด้าน เอสวาร์ ปราสาท อดีตผู้เชี่ยวชาญของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ให้ความเห็นว่า แม้จีนจะเป็นประเทศผู้ใช้พลังงานมากที่สุด มีตลาดรถยนต์ใหญ่ที่สุด และมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงที่สุดในโลก ทว่าการค้าส่วนใหญ่ของจีนมักเกี่ยวข้องกับการนำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนประกอบเพื่อการส่งออก จึงไม่ได้ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากเท่าที่ควร







