posttoday
Just not eat

Just not eat

10 กุมภาพันธ์ 2556

ถ้าจะพูดถึงเรื่องกินกับชาวจีนแล้วล่ะก็ คงไม่ได้หมายความเพียงแค่อาหาร 3 มื้อที่รับประทานกันทุกวัน

ถ้าจะพูดถึงเรื่องกินกับชาวจีนแล้วล่ะก็ คงไม่ได้หมายความเพียงแค่อาหาร 3 มื้อที่รับประทานกันทุกวัน

เพื่อคลายความหิวและดับกระหายระหว่างการประกอบกิจกรรมตลอดวัน แต่มักจะแฝงไว้ซึ่งความพิถีพิถันในด้านต่างๆ ดังสังเกตจากชีวิตทุกช่วงวัยมักสัมพันธ์กับการกินทั้งสิ้น นับแต่แรกเกิดที่นิยมรับประทานไข่ที่ย้อมเปลือกเป็นสีแดง เพราะไข่เป็นเครื่องบ่งบอกถึงการมีชีวิตสืบต่อไป ดังนั้น การรับประทานไข่ย่อมเป็นการฝากฝังปรารถนาที่จะให้ลูกหลานสืบสกุลกันไปเรื่อยๆ พออายุครบเดือน ก็จัดงานเลี้ยงรับขวัญ เมื่อย่างเข้าสู่วัย 18 ปี ก็มีการจัดโต๊ะฉลองกัน ที่เห็นเด่นชัดคงไม่พ้นพิธีแต่งงานที่ “กิน” กันเป็นล่ำเป็นสัน แล้วก็งานฉลองแซยิดที่เต็มไปด้วยอาหารมงคลนานาชนิด นี่ยังไม่นับรวมอาหารที่รับประทานกันในแต่ละเทศกาล เรียกว่าเป็นชนชาติที่มีวัฒนธรรมการกินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตนทีเดียว

มองอย่างผิวเผินแล้ว การกินที่หยิบยกมากล่าวข้างต้นเหมือนเป็นการตอบสนองความต้องการทางกายภาพ แต่ความจริงแล้วมีอะไรมากไปกว่านั้น เพราะสิ่งที่หยิบยกมากล่าวไว้ล้วนเป็นการอาศัยการกินในการตอบสนองปรารถนาต่างๆ ในใจ ดังนั้น วัฒนธรรมการกินของชาวจีนจึงมีอะไรที่น่าสนใจ และมีอิทธิพลต่อความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมมาช้านาน

หลากหลายมุมมองเรื่อง “การกิน” ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ อาจช่วยให้เราเข้าใจวัฒนธรรมการกินของชาวจีนได้ดียิ่งขึ้น

Just not eat

 

อันดับแรกเห็นจะเป็นมุมมองด้านวิวัฒนาการ ชาวจีนมีวัฒนธรรมการกินมากว่า 170 ล้านปีแล้ว แบ่งขั้นตอนของพัฒนาการออกเป็นอาหารดิบ อาหารสุก อาหารปรุงสุกด้วยวิธีทางธรรมชาติและอาหารปรุงสุกด้วยกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์ กลายมาเป็นเมนูอาหารกว่า 6 หมื่นชนิด และอาหารผ่านการแปรรูปนับ 2 หมื่นชนิด พร้อมเสิร์ฟบนโต๊ะอาหารหลากหลายสไตล์ให้เราได้เลือกรับประทานกันอย่างเต็มอิ่ม ชาวจีนจึงได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชาแห่งการประกอบอาหาร”

หากพิจารณาจากมุมมองด้านอิทธิพลต่อดินแดนอื่นๆ ถือว่าอาหารจีนส่งผลต่ออาหารของหลากหลายชาติ ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่น อาหารมองโกล อาหารเกาหลี อาหารไทย อาหารสิงคโปร์ เป็นต้น นับเป็นต้นแบบวัฒนธรรมอาหารตะวันออกที่สำคัญแห่งหนึ่ง ขณะเดียวกันอาหารจีนยังมีอิทธิพลทางอ้อมต่ออาหารตะวันตก อาหารอเมริกัน อาหารแอฟริกัน และอาหารออสซีอีกด้วย ดังเห็นจากวัฒนธรรมการดื่มชา การรับประทานอาหารบำรุง การรับประทานซีอิ๊วและซอสเปรี้ยว อาหารจำพวกแป้งหมี่ อาหารจำพวกถั่วนานาชนิด และอุปกรณ์การรับประทานอาหารแบบจีน ล้วนพบเห็นได้เกือบทุกหนแห่งทั่วโลก รวมไปถึงภาชนะใส่อาหารนานาชนิดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายตามโอกาสในการจัดเลี้ยงที่แตกต่างกันไป

ชาวจีนใส่ใจรายละเอียดการปรุงอาหารในทุกขั้นตอน นับแต่การเลือกวัตถุดิบ กรรมวิธีการปรุงอาหาร เครื่องปรุงรสและส่วนผสมที่ลงตัว ความแรงของไฟ ลำดับการเสิร์ฟอาหารแต่ละเมนู ชนิดของภาชนะใส่อาหาร เรื่อยไปจนถึงการจัดงานที่เพิ่มความสวยงามให้แก่อาหารด้วยการแกะสลักผักและผลไม้ให้เป็นลวดลายและรูปลักษณ์ต่างๆ อาหารจีนจึงเป็นอาหารที่มีรูปร่างหน้าตาที่สวยงามและมีรสชาติที่ลงตัว ความที่เป็นประเทศที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่และมีภูมิอากาศที่หลากหลาย ส่งผลให้อาหารถิ่นของชาวจีนในแต่ละพื้นที่มีลักษณะเด่นเฉพาะตน พูดแบบกว้างๆ ชาวจีนทางเหนือนิยมรับประทานอาหารจำพวกแป้งเป็นหลัก ขณะที่ชาวจีนทางใต้นิยมรับประทานข้าวเป็นอาหารหลัก ส่วนรสชาติที่ถูกปากของคนในแต่ละถิ่นก็แตกต่างกันไป แบ่งกว้างๆ ได้เป็น เหนือเค็ม ใต้หวาน ตะวันออกเปรี้ยว ตะวันตกเผ็ด ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเขตภูเขาสูงนิยมรับประทานอาหารที่มีไขมันและโปรตีนสูง ขณะที่ผู้คนแถบอากาศร้อนก็รักการรับประทานอาหารรสเปรี้ยว ส่วนผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศชื้น ก็มักรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ด รสนิยมการรับประทานอาหารเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของสภาพภูมิอากาศที่มีผลให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมต่างกัน มีความชอบที่หลากหลาย

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแบ่งประเภทอาหารที่รับประทานกันในแต่ละฤดูอีกด้วย โดยเฉพาะเมนูอาหารในช่วงฤดูหนาวกับอากาศร้อน มักเป็นอะไรที่แตกต่างกันเด่นชัด อย่างซุปข้นที่มักรับประทานกันในฤดูหนาว พอเปลี่ยนเป็นฤดูร้อนก็มักรับประทานซุปใส ผักและผลไม้ที่มีส่วนประกอบของสารอาหารนานาชนิดก็เหมาะที่จะรับประทานให้เกิดประโยชน์แก่ร่างกายตามฤดูกาลที่เปลี่ยนไป ศาสตร์ที่ว่าด้วยการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงเมนูไปตามฤดูกาล จึงค่อยๆ ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน

Just not eat

 

ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นการกินเพื่อสุขภาพ สังเกตได้จากเมนูซุปนานาชนิดที่อัดแน่นไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ โดยทั่วไปอาหารแต่ละมื้อมักมีน้ำซุปที่ช่วยให้คล่องคอไว้ 1 เมนู ซุปที่ว่านี้ก็มักมีส่วนผสมของสมุนไพรพื้นบ้านจีนที่มีสรรพคุณในการบำรุงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบในการทำซุปตามฤดูกาลอีกด้วย ในส่วนของอาหารทั่วไป ก็มีข้อแนะนำและข้อห้ามในการรับประทานเพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของร่างกาย ที่น่าสนใจคือ การปรุงอาหารที่ช่วยในการรักษาหรือบรรเทาโรคภัยไข้เจ็บ ยังเป็นภูมิปัญญาที่อยู่คู่สังคมจีนมาช้านาน เรียกว่าเป็นการป้องกันและรักษาโรคผ่านการรับประทานอาหารเลิศรส

วัฒนธรรมการกินอาหารยังมีบทบาทสำคัญต่อการเข้าสังคม เพราะถือเป็นสื่อกลางในการเชื่อมความสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนทางความคิด ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์กับมิตรใหม่ กินไปพลาง พูดคุยไปพลาง ทำให้การเจรจาทางธุรกิจ การแลกเปลี่ยนข่าวสาร การสัมภาษณ์ การพบปะสังสรรค์ การมอบมิตรไมตรีให้แก่กันกลายเป็นเรื่องที่เต็มไปด้วยความชื่นมื่น ชาวจีนนิยมแสดงความรู้สึกอาลัยอาวรณ์และต้อนรับผ่านการเลี้ยงอาหาร โดยมักดื่มเหล้าและรับประทานอาหารเพื่อช่วยผ่อนคลายความรู้สึกและสร้างบรรยากาศให้ครึกครื้นได้เช่นกัน คำว่า “กิน” ในที่นี้ จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่สิ่งของเท่านั้น แต่เป็น “ความรู้สึก” ที่หลากหลายซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างการกิน

เมื่อเทียบกับรูปแบบการรับประทานอาหารแบบตะวันตกแล้ว โต๊ะอาหารจีนมักจัดเป็นโต๊ะกลมที่ทุกคนสามารถนั่งล้อมวงรับประทานอาหารร่วมกัน ถือเป็นการเสริมสร้างความสามัคคีและบรรยากาศการกิน อาหารหลากหลายเมนูที่เสิร์ฟอยู่บนโต๊ะ ถือเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของผู้ร่วมรับประทาน การชนแก้วดื่มเหล้า การคีบอาหารให้แก่กัน การขอบคุณผู้ที่คีบอาหารให้ ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงการแสดงความเคารพ มารยาทในการนอบน้อมต่อผู้ใหญ่ ทั้งอาจมีปัญหาเรื่องสุขอนามัยบ้าง แต่ก็ถือเป็นแนวคิดเรื่อง “ความสามัคคี” ที่หยั่งรากลึกอยู่ในความคิดของชาวจีน

เรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรมการกินของชาวจีนยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย และค่อยๆ ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมการกินแบบตะวันตกมากขึ้น แนวคิดเรื่องการกินของชาวจีนจึงเกิดการผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมทั้งสองแบบ กลายมาเป็นวัฒนธรรมการกินแบบจีนยุคใหม่ที่เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง