
โอลิมปิกฤดูหนาวสำหรับคนพิเศษ
“พยองชา ง” ในฤดูหนาว...เป็นดินแดนที่มีละอองเวทย์มนต์ฟุ้งกระจายไปทั่วหุบเขาแทแบ็ก
“พยองชา ง” ในฤดูหนาว...เป็นดินแดนที่มีละอองเวทย์มนต์ฟุ้งกระจายไปทั่วหุบเขาแทแบ็ก
โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]
“พยอง-ชา ง” ในฤดูหนาว...เป็นดินแดนที่มีละอองเวทย์มนต์ฟุ้งกระจายไปทั่วหุบเขาแทแบ็ก ที่ซึ่งมีฤดูหนาวยาวนานที่สุดในเกาหลี ความสวยงามของเนินเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนบนลานสกีอันกว้างใหญ่ในยามกลางวัน และความเงียบสงบในยามกลางคืนถึงอรุณรุ่งยังคงติดตรึงอยู่ในหัวใจของทุกผู้คนที่ได้ไปเห็น ... เป็นธรรมชาติอันงดงามของโลกที่ทุกผู้คน ทุกเพศวัย และทุกระดับสติปัญญา มีสิทธิที่จะได้ดื่มด่ำกับความงดงามของธรรมชาติเช่นนี้เท่าเทียมกัน...
ขณะนี้ พยองชาง เมืองเล็กๆ ที่มีหิมะตกหนาแน่นที่สุดในเกาหลี ในจังหวัดคังวอน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งมีระยะทางห่างจากกรุงโซลราว 180 กิโลเมตร กำลังต้อนรับแขกพิเศษผู้มาร่วมกิจกรรม “การแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวรอบพิเศษ ประจำมี 2013” (Special Olympics World Winter Games Pyeong Chang 2013) ซึ่งเกาหลีเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 29 ม.ค.5 ก.พ.ปีนี้ ... พิธีเปิดเป็นไปอย่างชื่นบานในสถานที่ที่จะได้เป็นสนามแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว ปี 2018 ... และเหตุที่เป็นรอบพิเศษ เนื่องจากเป็นการแข่งขันของนักกีฬาผู้มีความบกพร่องทางสติปัญญา
หรือที่เรียกว่า Intellectual Disability ซึ่งหมายถึงคนที่มีพัฒนาการช้ากว่าคนทั่วไป เมื่อใช้แบบทดสอบมาตรฐานแล้วมีระดับเชาวน์ปัญญาต่ำกว่าคนทั่วไป และมีความสามารถในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่ำกว่าเกณฑ์ทั่วไปอย่างน้อย 2 ทักษะ เช่น ทักษะการสื่อความหมาย ทักษะทางสังคม ทักษะการใช้สาธารณสมบัติ การดูแลตัวเอง การดำรงชีวิตในบ้าน การควบคุมตัวเอง สุขอนามัยและความปลอดภัย การเรียนวิชาการเพื่อชีวิตประจำวัน การใช้เวลาว่างและการทำงาน ซึ่งพบตั้งแต่แรกเกิดจนอายุก่อน 18 ปี...
การแข่งขันกีฬา ฤดูหนาวสำหรับบุคคลพิเศษนี้ มีผู้เข้าร่วมเข้าร่วมราว 3,000 คน จาก 106 ประเทศ โดยมีกีฬาที่จะทำการแข่งขัน 7 ประเภท คือ Alpine Skiing, Cross-Country Skiing, Snowboarding, Snowshoeing, Short Track Speed Skating, Figure Skating และ Floor Hockey และ ด้วยความช่วยเหลือจากโครงการ Special Hands Program ที่มีเป้าหมายในการขยายโอกาสแก่นักกีฬาพิเศษในประเทศที่กำลังพัฒนาอีก 7 ประเทศ รัฐบาลเกาหลีจึงจัดเตรียมงบประมาณให้ทั้งนักกีฬาและผู้ควบคุมทีมของประเทศเหล่านี้มาร่วม เพื่อสร้างความตระหนักในความสำคัญของผู้ที่บกพร่องทางสติปัญญา และทำให้มีการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง... จึงเป็นที่น่ายินดีที่ในปีนี้นักกีฬาจากไทยได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาฤดูหนาวเป็นครั้งแรก พร้อมๆ กับนักกีฬาจากประเทศกำลังพัฒนาอีก 6 ประเทศ คือ เนปาล มองโกเลีย เวียดนาม กัมพูชา ปากีสถาน และปาปัวนิวกินี... โอ๊ะ โอ... รู้สึกมึนเหมือนถูกตีแสกหน้า ก็ระดับเศรษฐกิจไทยรวยล้ำหน้าอีก 6 ประเทศเหล่านี้ไปไกลมากๆ แล้วในทุกมิติ รึรัฐไทยไม่มีงบประมาณ?? ... (อ่าฮ้า...ก็ค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาทนี่ทำให้คนไทยรวยทั้งแผ่นดิน...คนไทยรวยแล้วรัฐไม่รวยหรือนี่ ทำเอางงจริงๆ) รึว่าเมืองไทยไม่มีหิมะรัฐไทยเลยให้ความสำคัญน้อย? ฯลฯ
ว่าจะไม่บ่นแล้วเชียว แต่ระบบเศรษฐศาสตร์การเมืองของประเทศเรามันทำให้ประเทศดูเหมือนรวยแต่จน...งบประมาณดูเหมือนจะไปลงที่กลุ่มคนจนแต่ต้องผ่านคนรวย >"<... ทำให้นึกถึงเรื่องหนึ่งมาได้ค่ะ... บ่อยครั้งที่ “เชกา” พาสถาบันการศึกษาหรือองค์กรเกาหลีไปเยี่ยมสถาบันการศึกษาของรัฐไทย สิ่งที่ได้ยินจากฝั่งไทยบ่อยมว๊าก คือ... “ขอทุนได้ไหม” “ขอเงินทำโครงการเกี่ยวกับเกาหลีได้ไหม” “ของบมาซื้อคอมพิวเตอร์สื่อโสต ทัศนูปกรณ์ทำห้องเรียนเกาหลีได้ไหม”...บางทีก็ขอเงินสร้างตึกเลยค่ะ อยากทำศูนย์เกาหลีแต่ไม่มีทั้งพื้นที่และงบประมาณ คนขอไม่ได้ผิดหรอกค่ะ แต่มันสวนทางกันกับภาพลักษณ์ของประเทศที่ใส่สูทดูดี...ส่วนยุทธศาสตร์ของรัฐ ในสนามรบของเศรษฐกิจโลกก็ดูแย่ ...ในขณะที่เกาหลีได้ดุลการค้าเรา เอาวัฒนธรรมเข้ามาทิ้งระเบิดบ้านเราโครมๆ จนผู้คนคลั่งไคล้อะไรๆ ที่เป็นเกาหลีจะขายดี แทนที่เราจะเร่งสร้างบุคลากรผู้มีความรู้ให้รู้จักเขาดี รับมือและตีโต้บุกกลับไปได้บ้าง กลับกลายเป็นว่ารู้สึกเฉยๆ ไม่มีงบ ถ้ามีไม่ความช่วยเหลือก็ทำอะไรไม่ได้...แล้วเราจะตีโต้กลับไปได้เมื่อไรล่ะ คะ...







